Skip to content
Home » บทความ » เริมในปาก และ HPV ที่ติดได้จาก Oral Sex: รู้ทัน ป้องกันได้ ก่อนสายเกินไป

เริมในปาก และ HPV ที่ติดได้จาก Oral Sex: รู้ทัน ป้องกันได้ ก่อนสายเกินไป

การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (oral sex) เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปมากขึ้นในปัจจุบัน แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “ความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs)” ที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้จะไม่ได้มีการสอดใส่แบบดั้งเดิมก็ตาม โดยเฉพาะ “เริมในปาก (Oral Herpes)” และ “เชื้อ HPV (Human Papillomavirus)” ซึ่งเป็น 2 กลุ่มโรคสำคัญที่สามารถติดต่อผ่าน oral sex ได้

บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุ อาการ การติดต่อ การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงแนวทางป้องกันอย่างครบถ้วนในเชิงการแพทย์ พร้อมอัปเดตข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากและสุขภาพทางเพศอย่างปลอดภัย


🩵 เริมในปาก (Oral Herpes) คืออะไร

เริมในปาก (Oral Herpes) เป็นการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) โดยส่วนใหญ่เกิดจากชนิด HSV-1 แต่ในบางกรณี HSV-2 ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศก็สามารถติดต่อมายังช่องปากได้ผ่าน oral sex

ไวรัสชนิดนี้มีลักษณะสำคัญคือ “ติดแล้วอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต” และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง

🩵 ชนิดของเชื้อเริม

  • HSV-1: พบได้บ่อยในบริเวณปาก ริมฝีปาก และใบหน้า
  • HSV-2: มักพบที่อวัยวะเพศ แต่สามารถติดที่ปากได้จาก oral sex

อาการของเริมในปาก

อาการของเริมในปากสามารถแบ่งได้เป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้:

ระยะเริ่มต้น (Prodrome)

  • รู้สึกคัน แสบ หรือเสียวบริเวณริมฝีปาก
  • อาจมีอาการชา หรือปวดเล็กน้อย

ระยะตุ่มน้ำใส

  • เกิดตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก
  • มักขึ้นเป็นกลุ่ม
  • อาจเจ็บหรือแสบ

ระยะตกสะเก็ด

  • ตุ่มแตก กลายเป็นแผล
  • มีสะเก็ดแห้ง
  • ใช้เวลาประมาณ 7–14 วันในการหาย

อาการร่วมอื่น ๆ

  • เจ็บคอ
  • มีไข้ (โดยเฉพาะการติดเชื้อครั้งแรก)
  • ต่อมน้ำเหลืองโต

เริมในปากติดต่อผ่าน Oral Sex ได้อย่างไร

การติดเชื้อเริมสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการสัมผัสโดยตรงกับบริเวณที่มีเชื้อ เช่น:

  • การทำ oral sex ให้ผู้ที่มีเริมที่อวัยวะเพศ
  • การรับ oral sex จากผู้ที่มีเริมที่ปาก
  • การสัมผัสแผลเริมโดยตรง

แม้ไม่มีแผลชัดเจน ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ เนื่องจากมีการ “viral shedding”


👾 HPV (Human Papillomavirus) คืออะไร

HPV เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์ก่อให้เกิดหูด และบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง

การแบ่งกลุ่ม HPV

  • Low-risk HPV: ทำให้เกิดหูด เช่น HPV 6, 11
  • High-risk HPV: เกี่ยวข้องกับมะเร็ง เช่น HPV 16, 18

👾 HPV ในช่องปากและลำคอ

HPV สามารถติดเชื้อที่ช่องปาก คอหอย และต่อมทอนซิลได้ ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งช่องปากและลำคอ (Oropharyngeal cancer)

อาการที่อาจพบ

  • เจ็บคอเรื้อรัง
  • กลืนลำบาก
  • เสียงแหบ
  • มีก้อนที่คอ
  • แผลในปากที่ไม่หาย

ในระยะแรกมัก “ไม่มีอาการ” ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว


HPV ติดต่อผ่าน Oral Sex ได้อย่างไร

HPV สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง โดยเฉพาะ:

  • Oral sex (ปาก ↔ อวัยวะเพศ)
  • Oral-anal contact

การใช้ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากไวรัสอยู่บนผิวหนังบริเวณรอบ ๆ


ความแตกต่างระหว่างเริมในปาก กับ HPV

หัวข้อเริม (HSV)HPV
ลักษณะเชื้อไวรัส HSVไวรัส HPV
อาการเด่นตุ่มน้ำ เจ็บมักไม่มีอาการ
การเป็นซ้ำเป็นซ้ำได้มักไม่แสดงอาการแต่แฝงอยู่
ความเสี่ยงมะเร็งต่ำสูง (บางสายพันธุ์)

🎯ใครบ้างที่เสี่ยงติดเชื้อ

  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • ไม่ใช้ถุงยางหรือ dental dam
  • มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • มีแผลในช่องปาก

🎯การวินิจฉัย

เริมในปาก

  • ตรวจร่างกาย
  • PCR จากแผล

HPV

  • การตรวจชิ้นเนื้อ
  • HPV DNA test

🔴การรักษา

เริมในปาก

  • ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir, Valacyclovir
  • ลดระยะเวลาของอาการ

HPV

  • ไม่มีการรักษาไวรัสโดยตรง
  • รักษาตามอาการ เช่น ผ่าตัดหรือเลเซอร์

🔴การป้องกัน

  • ใช้ถุงยางอนามัย
  • ใช้ dental dam
  • หลีกเลี่ยง oral sex เมื่อมีแผล
  • ฉีดวัคซีน HPV

🔴 วัคซีน HPV สำคัญอย่างไร

วัคซีน HPV สามารถป้องกันสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็งได้ เช่น 16 และ 18 รวมถึงสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้หญิงและผู้ชาย
  • อายุ 9–45 ปี

🔴 กลยุทธ์ลดความเสี่ยง (ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน)

  • ตรวจช่องปากก่อนมี oral sex (มีแผล = งด)
  • ใช้ barrier protection อย่างสม่ำเสมอ
  • สื่อสารกับคู่นอนเรื่องประวัติความเสี่ยง
  • ฉีดวัคซีน HPV ให้ครบตามกำหนด

🧠 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เริมในปากหายขาดไหม

ไม่หายขาด แต่ควบคุมอาการได้

HPV หายเองได้ไหม

บางรายหายเองได้ แต่บางรายอาจนำไปสู่มะเร็ง


สรุป

เริมในปากและ HPV เป็นโรคที่สามารถติดต่อผ่าน oral sex ได้ แม้จะดูเป็นพฤติกรรมที่ปลอดภัยกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ การเข้าใจความเสี่ยงและการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาวการใช้วิธีป้องกัน ตรวจสุขภาพ และรับวัคซีน เป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📍หากคุณสงสัยว่าอาการลักษณะนี้ใช่เริมหรือไม่
สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 👉 อาการเริมในปากมีอะไรบ้าง
📍การป้องกันที่ดีที่สุดคือวัคซีน โดยเฉพาะ 👉 วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ