การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลายคนอาจเข้าใจว่าหากใส่ถุงยางระหว่างการมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะปลอดภัยจากทุกกิจกรรมทางเพศ แม้จะมีการทำออรัลเซ็กส์โดยไม่ใช้การป้องกันก็ตาม หลายคนค้นหาคำตอบเกี่ยวกับ ใส่ถุงยางแต่ทำออรัลเซ็กส์สด เพราะสงสัยว่าหากป้องกันเฉพาะการสอดใส่ แต่ไม่ได้ใช้ถุงยางหรือแผ่นป้องกันระหว่างออรัลเซ็กส์ จะยังมีโอกาสติดโรคหนองในหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อคู่นอนไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกต
ความจริงคือ ใส่ถุงยางแต่ทำออรัลเซ็กส์สด ยังมีความเสี่ยงต่อการติดโรคหนองในได้ เนื่องจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae สามารถติดเชื้อบริเวณคอหอย อวัยวะเพศ และทวารหนัก และสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสเยื่อบุระหว่างการทำออรัลเซ็กส์ แม้จะไม่มีการหลั่งก็ตาม
บทความนี้จะอธิบายว่าหนองในสามารถติดต่อผ่านออรัลเซ็กส์ได้อย่างไร ความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อาการที่ควรสังเกต วิธีตรวจวินิจฉัย การรักษา และแนวทางป้องกันที่ถูกต้อง
หนองในคืออะไร?
หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้อสามารถแพร่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก
เชื้อสามารถติดได้หลายตำแหน่ง เช่น
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- ช่องคลอด
- คอหอย
- ทวารหนัก
- เยื่อบุตา
หลายคนไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้
หนองในติดต่อผ่านออรัลเซ็กส์ได้หรือไม่?
คำตอบคือ ได้
หากฝ่ายหนึ่งมีเชื้ออยู่ที่อวัยวะเพศ เชื้อสามารถแพร่ไปยังคอหอยของอีกฝ่ายระหว่างการทำออรัลเซ็กส์
ในทางกลับกัน หากผู้ให้มีเชื้ออยู่ที่คอหอย ก็สามารถแพร่เชื้อไปยังอวัยวะเพศของคู่นอนได้เช่นกัน
จึงไม่ใช่เฉพาะการสอดใส่เท่านั้นที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ
ทำไมการใส่ถุงยางเฉพาะตอนสอดใส่จึงยังไม่เพียงพอ?
ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่ใช้งานเท่านั้น
หากมีการสัมผัสโดยตรงระหว่างปากกับอวัยวะเพศโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เชื้อสามารถติดต่อผ่านเยื่อบุได้
ดังนั้น แม้จะใช้ถุงยางระหว่างการสอดใส่ แต่หากมีออรัลเซ็กส์โดยไม่ป้องกัน ความเสี่ยงยังคงมีอยู่

หนองในที่คอมีอาการอย่างไร?
ผู้ติดเชื้อบริเวณคอหอยจำนวนมากไม่มีอาการ
หากมีอาการ อาจพบได้ เช่น
- เจ็บคอ
- กลืนลำบาก
- คอแดง
- ต่อมทอนซิลอักเสบ
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต
อาการเหล่านี้คล้ายโรคคออักเสบทั่วไป จึงอาจทำให้วินิจฉัยได้ยากหากไม่ได้แจ้งประวัติทางเพศกับแพทย์
หนองในที่อวัยวะเพศมีอาการอย่างไร?
ในผู้ชาย
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองสีขาว เหลือง หรือเขียว
- ปวดบริเวณปลายอวัยวะเพศ
ในผู้หญิง
- ตกขาวผิดปกติ
- ปัสสาวะแสบ
- เลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อย
อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากอาจไม่มีอาการ
ถ้าไม่มีการหลั่ง ยังติดได้หรือไม่?
ได้
เชื้อหนองในอยู่ในสารคัดหลั่งของเยื่อบุ ไม่ได้อยู่เฉพาะในน้ำอสุจิ
การสัมผัสเยื่อบุที่มีเชื้อระหว่างออรัลเซ็กส์จึงสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ แม้จะไม่มีการหลั่งก็ตาม
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นในกรณีต่อไปนี้
- มีแผลในช่องปาก
- เหงือกอักเสบ
- มีเลือดออกตามไรฟัน
- มีคู่นอนหลายคน
- ไม่ใช้การป้องกัน
- ไม่ทราบประวัติสุขภาพทางเพศของคู่นอน
วิธีตรวจหาเชื้อ
แพทย์อาจพิจารณาตรวจจากตำแหน่งที่มีความเสี่ยง เช่น
- สารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะ
- สารคัดหลั่งจากปากมดลูก
- การป้ายตัวอย่างจากคอหอย
- การป้ายตัวอย่างจากทวารหนัก
การแจ้งประวัติการมีเพศสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้แพทย์เลือกตำแหน่งตรวจได้เหมาะสม
การรักษา
โรคหนองในสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่แพทย์เลือกตามแนวทางมาตรฐาน
ผู้ป่วยควร
- รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานยาหรือรับการรักษาให้ครบ
- งดเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา
- ให้คู่นอนเข้ารับการประเมินและรักษาตามความเหมาะสม
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง เพราะอาจใช้ยาไม่เหมาะสมและเพิ่มความเสี่ยงของเชื้อดื้อยา
คู่นอนต้องตรวจด้วยหรือไม่?
ควร
หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน คู่นอนควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม
การดูแลทั้งสองฝ่ายช่วยลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำและลดการแพร่กระจายของโรค

วิธีป้องกันการติดหนองในจากออรัลเซ็กส์
สามารถลดความเสี่ยงได้โดย
- ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างออรัลเซ็กส์กับอวัยวะเพศชาย
- ใช้แผ่นป้องกันช่องปาก (Dental Dam) สำหรับออรัลเซ็กส์กับอวัยวะเพศหญิงหรือทวารหนัก
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีแผลหรืออาการผิดปกติ
- ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำหากมีความเสี่ยง
- จำกัดจำนวนคู่นอน
- สื่อสารเรื่องการตรวจโรคกับคู่นอน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ออรัลเซ็กส์ไม่ทำให้ติดหนองใน
ไม่จริง หนองในสามารถติดต่อผ่านออรัลเซ็กส์ได้
ไม่มีอาการ แปลว่าไม่มีเชื้อ
ไม่จริง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่คอหอย
ใช้ถุงยางเฉพาะตอนสอดใส่ก็ปลอดภัยทั้งหมด
ไม่จริง หากมีออรัลเซ็กส์โดยไม่ป้องกัน ยังมีความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แปรงฟันทันทีหลังออรัลเซ็กส์ช่วยป้องกันได้
ยังไม่มีหลักฐานว่าการแปรงฟันหลังออรัลเซ็กส์สามารถป้องกันการติดหนองในได้ และการแปรงแรง ๆ ขณะมีแผลในช่องปากอาจเพิ่มการระคายเคืองได้
เมื่อใดควรพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจหาก
- มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะแสบขัด
- เจ็บคอหลังมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
- มีตกขาวผิดปกติ
- คู่นอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันและกังวลเรื่องการติดเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ถุงยางช่วยป้องกันหนองในได้ 100% หรือไม่?
ไม่ สามารถลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด โดยเฉพาะหากมีการสัมผัสบริเวณที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยถุงยางหรือมีออรัลเซ็กส์โดยไม่ป้องกัน
หนองในที่คอรักษาหายไหม?
ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้เมื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามคำแนะนำของแพทย์
ควรตรวจเฉพาะปัสสาวะหรือไม่?
หากมีประวัติออรัลเซ็กส์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจตัวอย่างจากคอหอยร่วมด้วยตามความเสี่ยง
หลังรักษาหายแล้วจะติดอีกได้หรือไม่?
ได้ หากได้รับเชื้อใหม่จากคู่นอนที่มีเชื้อ
สรุป
หากสงสัยว่า ใส่ถุงยางแต่ทำออรัลเซ็กส์สด จะมีโอกาสติดหนองในหรือไม่ คำตอบคือ ยังมีความเสี่ยง เพราะเชื้อหนองในสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสเยื่อบุในช่องปากและอวัยวะเพศระหว่างการทำออรัลเซ็กส์ แม้จะใช้ถุงยางเฉพาะในช่วงสอดใส่หรือไม่มีการหลั่งก็ตาม
การใช้ถุงยางหรืออุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะกับทุกกิจกรรมทางเพศ การตรวจสุขภาพทางเพศเมื่อมีความเสี่ยง และการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ การแพร่เชื้อ และภาวะแทรกซ้อนจากโรคหนองใน
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ