Skip to content
Home » บทความ » เคยเป็นหนองในแล้วรักษาหาย มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกไหม?

เคยเป็นหนองในแล้วรักษาหาย มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกไหม?

หลังจากรักษาหายแล้ว หลายคนยังคงกังวลว่าภูมิคุ้มกันจะป้องกันโรคได้หรือไม่ และหากกลับไปมีเพศสัมพันธ์อีก จะมีโอกาสติดเชื้อซ้ำหรือเปล่า คำถามที่พบบ่อยคือ เคยเป็นหนองในแล้วรักษาหาย จะเป็นอีกได้ไหม หลายคนเข้าใจผิดว่าการเคยติดเชื้อครั้งหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเหมือนโรคติดเชื้อบางชนิด แต่ความจริงแล้ว โรคหนองในไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำได้อย่างสมบูรณ์

หาก เคยเป็นหนองในแล้วรักษาหาย ก็ยังสามารถกลับมาติดเชื้อได้อีก หากได้รับเชื้อใหม่จากคู่นอนที่ติดเชื้อหรือมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง ดังนั้น การป้องกันหลังการรักษาและการดูแลคู่นอนจึงมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาในครั้งแรก

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมหนองในจึงเป็นซ้ำได้ ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง วิธีป้องกันการติดเชื้อซ้ำ รวมถึงแนวทางดูแลสุขภาพทางเพศในระยะยาว

โรคหนองในสามารถรักษาให้หายได้ หาก

  • ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
  • ได้รับยาปฏิชีวนะตามแนวทางของแพทย์
  • รับการรักษาครบตามกำหนด
  • คู่นอนได้รับการประเมินและรักษาตามความเหมาะสม

การรักษาที่ครบถ้วนช่วยกำจัดเชื้อที่ก่อโรคในครั้งนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันการติดเชื้อครั้งใหม่ในอนาคต

สาเหตุสำคัญคือ ร่างกายไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันที่ป้องกันเชื้อหนองในได้อย่างถาวร

เมื่อได้รับเชื้อใหม่อีกครั้ง ก็สามารถติดโรคได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเคยเป็นมาแล้ว 1 ครั้งหรือหลายครั้ง

จึงแตกต่างจากโรคติดเชื้อบางชนิดที่เมื่อหายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันอยู่ระยะหนึ่ง

หากรักษาเฉพาะฝ่ายเดียว เมื่อกลับมามีเพศสัมพันธ์อีก ก็อาจได้รับเชื้อกลับมา

จึงควรให้คู่นอนเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ แม้จะไม่มีอาการก็ตาม

การไม่ใช้ถุงยางอนามัยยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหนองใน

เชื้อสามารถติดต่อผ่าน

  • การสอดใส่ทางช่องคลอด
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • การทำออรัลเซ็กส์

การมีคู่นอนหลายคนเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อ และทำให้ความเสี่ยงของการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงขึ้น

การกลับมามีเพศสัมพันธ์ก่อนแพทย์แนะนำ อาจเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อหรือได้รับเชื้อซ้ำ

หลายคนใช้คำว่า “กำเริบ” แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่รักษาหายแล้วและกลับมาเป็นอีก มักเกิดจาก

  • ได้รับเชื้อใหม่
  • หรือรักษาครั้งก่อนยังไม่สมบูรณ์ในบางกรณี

แพทย์จะประเมินจากประวัติ อาการ และผลตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการหรือตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่ยังมีอาการต่อเนื่อง มีความเสี่ยงสูง หรือสงสัยว่าติดเชื้อซ้ำ

การปฏิบัติตามนัดของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ

อาการมักคล้ายกับการติดเชื้อครั้งแรก เช่น

  • ตกขาวผิดปกติ
  • ปัสสาวะแสบ
  • ปวดท้องน้อย
  • เลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่มีอาการเลย

หากไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • อุ้งเชิงกรานอักเสบ
  • ท่อนำไข่อักเสบ
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • การอักเสบของอัณฑะหรือหลอดเก็บอสุจิในผู้ชาย
  • การแพร่เชื้อสู่คู่นอน

ยิ่งติดเชื้อซ้ำหลายครั้ง ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนก็อาจเพิ่มขึ้น

ช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อและแพร่เชื้อ

หากคู่นอนยังมีเชื้ออยู่ ก็มีโอกาสติดกลับมาได้

ควรรอจนรักษาครบและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

ผู้ที่มีความเสี่ยงควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามคำแนะนำของแพทย์

การมีคู่นอนที่น้อยลงช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อ

ไม่จริง สามารถติดเชื้อซ้ำได้

ไม่จริง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ โดยเฉพาะผู้หญิงและการติดเชื้อที่คอหอย

ไม่จริง ถุงยางยังคงเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ไม่จริง คู่นอนควรได้รับการประเมินจากแพทย์ แม้จะไม่มีอาการก็ตาม

ควรเข้ารับการตรวจหาก

  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีหนองไหล
  • ตกขาวผิดปกติ
  • ปวดท้องน้อย
  • คู่นอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันและกังวลเรื่องการติดเชื้อ

หากได้รับเชื้อใหม่ ก็สามารถติดได้หลายครั้ง เพราะโรคนี้ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันที่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำอย่างสมบูรณ์

มีโอกาส เพราะอาจได้รับเชื้อใหม่จากคู่นอนที่ยังติดเชื้ออยู่

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น รวมทั้งคู่นอนได้รับการดูแลตามความเหมาะสม

ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% อย่างไรก็ตาม ถือเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งเมื่อใช้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

หาก เคยเป็นหนองในแล้วรักษาหาย ไม่ได้หมายความว่าจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต โรคหนองในสามารถกลับมาติดเชื้อได้อีก หากได้รับเชื้อใหม่จากคู่นอนหรือมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง ดังนั้น การใช้ถุงยางอนามัย การให้คู่นอนเข้ารับการประเมินและรักษา การงดเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา และการตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นวิธีสำคัญในการลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ