อาการ “คันในท่อปัสสาวะ” หรือรู้สึกระคายเคืองบริเวณปลายอวัยวะเพศชาย เป็นอาการที่ผู้ชายจำนวนมากเคยพบอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น รู้สึกยุบยิบ คันแปลก ๆ ในท่อปัสสาวะ แต่บางคนอาจมีอาการร่วม เช่น แสบขณะปัสสาวะ มีมูก มีหนอง หรือปวดหน่วงบริเวณอวัยวะเพศ จนเกิดความกังวลว่าอาจเป็น “หนองใน” หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ในความเป็นจริง อาการคันในท่อปัสสาวะเพศชายสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองทั่วไป การอักเสบของท่อปัสสาวะ การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ และหนองในเทียม
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า คันในท่อปัสสาวะเกิดจากอะไรได้บ้าง อาการแบบไหนที่ควรสงสัยหนองใน วิธีแยกอาการเบื้องต้น การตรวจวินิจฉัย และแนวทางรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้เข้าใจอาการได้ถูกต้องมากขึ้น
ท่อปัสสาวะเพศชาย คืออะไร?
ท่อปัสสาวะ (Urethra) คือ ท่อที่ทำหน้าที่ลำเลียงปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย ในผู้ชาย ท่อปัสสาวะยังเป็นทางผ่านของน้ำอสุจิด้วย จึงมีความยาวมากกว่าผู้หญิง และมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคหรือเกิดการระคายเคืองได้หลายรูปแบบ
เยื่อบุภายในท่อปัสสาวะเป็นเนื้อเยื่อที่ค่อนข้างบอบบาง เมื่อเกิดการอักเสบ การติดเชื้อ หรือการเสียดสี จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น
- คันในท่อปัสสาวะ
- แสบขณะปัสสาวะ
- ระคายเคืองปลายอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะบ่อย
- มีมูกหรือหนอง
- เจ็บเวลาหลั่ง
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคทั่วไปหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ได้

คันในท่อปัสสาวะเพศชาย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
1. ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis)
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการคันในท่อปัสสาวะ คือ “ท่อปัสสาวะอักเสบ” ซึ่งหมายถึงการอักเสบของเยื่อบุด้านในท่อปัสสาวะ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- คันในท่อปัสสาวะ
- แสบเวลาปัสสาวะ
- ระคายเคืองปลายอวัยวะเพศ
- มีมูกใสหรือหนอง
- ปัสสาวะบ่อย
ท่อปัสสาวะอักเสบอาจเกิดจากเชื้อโรคหรือไม่ใช่เชื้อโรคก็ได้
สาเหตุจากเชื้อโรค
- หนองในแท้ (Gonorrhea)
- หนองในเทียม (Chlamydia)
- Mycoplasma genitalium
- Trichomonas
- เชื้อแบคทีเรียทั่วไป
- เชื้อไวรัสบางชนิด
สาเหตุที่ไม่ใช่เชื้อโรค
- การแพ้สบู่
- การใช้เจลหล่อลื่น
- การช่วยตัวเองรุนแรง
- การเสียดสีจากเพศสัมพันธ์
- การสวนล้าง
- สารเคมีระคายเคือง
🌷คันในท่อปัสสาวะ อาจเป็นอาการของหนองในหรือไม่?
คำตอบคือ “เป็นได้” แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คันในท่อปัสสาวะจะเป็นหนองใน
อาการคันในท่อปัสสาวะสามารถเป็นอาการเริ่มต้นของโรคหนองใน โดยเฉพาะในระยะแรกที่การอักเสบยังไม่รุนแรงมาก
โรคที่พบบ่อย ได้แก่
- 🌷หนองในแท้
- 🌷หนองในเทียม
ทั้งสองโรคสามารถทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือยุบยิบในท่อปัสสาวะได้
🌟หนองในแท้ คืออะไร?
หนองในแท้ (Gonorrhea) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก
เชื้อนี้ชอบอาศัยในเยื่อบุชื้น เช่น
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- ลำคอ
- ทวารหนัก
ในผู้ชาย มักแสดงอาการที่ท่อปัสสาวะชัดเจน
อาการของหนองในแท้ในผู้ชาย
- คันหรือแสบในท่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะแสบมาก
- มีหนองสีเหลืองหรือเขียว
- หนองไหลจากปลายอวัยวะเพศ
- ปวดหรือระคายเคืองปลายอวัยวะเพศ
- บางรายมีอัณฑะอักเสบ
โดยทั่วไป หนองในแท้มักมีอาการค่อนข้างชัด และเกิดหลังรับเชื้อประมาณ 2–7 วัน

🌟หนองในเทียม คืออะไร?
หนองในเทียม (Chlamydia) เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยมาก
อาการมักไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้ และหลายคนแทบไม่มีอาการเลย
อาการที่พบได้
- คันในท่อปัสสาวะ
- ระคายเคืองปลายอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะแสบเล็กน้อย
- มีมูกใส
- เหมือนมีอะไรไหลในท่อปัสสาวะ
- ปวดหน่วงอัณฑะเล็กน้อย
ผู้ชายจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงการระคายเคืองธรรมดา ทำให้ไม่ได้ตรวจรักษา

ความแตกต่างระหว่างหนองในแท้กับหนองในเทียม
| ลักษณะอาการ | หนองในแท้ | หนองในเทียม |
|---|---|---|
| ระยะฟักตัว | 2–7 วัน | 1–3 สัปดาห์ |
| อาการ | รุนแรงกว่า | มักไม่ชัด |
| หนอง | เหลือง/เขียวชัด | มูกใสหรือขาวขุ่น |
| ปัสสาวะแสบ | มาก | เล็กน้อยถึงปานกลาง |
| คันในท่อปัสสาวะ | พบได้ | พบได้บ่อย |
| ไม่มีอาการ | น้อยกว่า | พบได้มาก |
👉ถ้ามีแค่คัน ไม่มีหนอง ยังเป็นหนองในได้ไหม?
คำตอบ คือ “ยังเป็นหนองในได้”
โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หรือในกรณีหนองในเทียม ผู้ป่วยจำนวนมากมีเพียงอาการคัน ยุบยิบ หรือระคายเคืองในท่อปัสสาวะ โดยยังไม่มีหนองชัดเจน
บางรายมีอาการเพียง
- คันปลายอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะแสบเล็กน้อย
- เหมือนมีอะไรค้างในท่อปัสสาวะ
- ระคายเคืองตอนเช้า
จึงไม่ควรใช้การมีหรือไม่มีหนองเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
🦠อาการแบบไหนที่ควรสงสัยหนองใน?
ควรสงสัยโรคหนองใน หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับประวัติเสี่ยง
🦠อาการสำคัญ
- คันในท่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะแสบ
- มีมูกหรือหนอง
- ปลายอวัยวะเพศแดง
- ปวดเวลาปัสสาวะ
- เจ็บเวลาหลั่ง
- ปวดอัณฑะ
🦠ประวัติเสี่ยง
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- มีคู่นอนใหม่
- มี Oral Sex
- คู่นอนมีอาการผิดปกติ
- เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หากมีอาการร่วมกับความเสี่ยง ควรตรวจหาเชื้อ
🌸Oral Sex ทำให้คันในท่อปัสสาวะได้หรือไม่?
คำตอบ คือ “ยังเป็นได้” และอาจทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อหนองใน
การทำ Oral Sex สามารถแพร่เชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มายังท่อปัสสาวะได้ โดยเฉพาะ
- หนองในแท้
- หนองในเทียม
- เริม
- Mycoplasma genitalium
หลายคนเข้าใจผิดว่า Oral Sex ปลอดภัยกว่า แต่จริง ๆ แล้วสามารถติดเชื้อได้เช่นกัน
หากหลัง Oral Sex มีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองในท่อปัสสาวะ ควรพิจารณาตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
🌈สาเหตุอื่นที่ทำให้คันในท่อปัสสาวะเพศชาย
แม้หนองในจะเป็นสาเหตุสำคัญ แต่ยังมีอีกหลายภาวะที่ทำให้เกิดอาการคันในท่อปัสสาวะได้
1. การระคายเคืองจากสารเคมี
เช่น
- สบู่
- ครีมอาบน้ำ
- เจลหล่อลื่น
- ถุงยางอนามัยบางชนิด
- น้ำยาฆ่าเชื้อ
มักมีอาการคันหรือแสบหลังสัมผัสไม่นาน
2. การเสียดสีหรือช่วยตัวเองรุนแรง
การช่วยตัวเองบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง อาจทำให้เยื่อบุท่อปัสสาวะระคายเคือง
อาการมักเป็น
- คันยุบยิบ
- แสบเล็กน้อย
- ไม่มีหนอง
- ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
3. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
แม้พบในผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิง แต่ก็สามารถเกิดได้
อาการได้แก่
- ปัสสาวะแสบ
- ปัสสาวะบ่อย
- ปวดท้องน้อย
- คันหรือระคายเคืองในท่อปัสสาวะ
4. ต่อมลูกหมากอักเสบ
ต่อมลูกหมากอักเสบสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายหนองในได้ เช่น
- คันหรือระคายในท่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะบ่อย
- ปวดหน่วงอุ้งเชิงกราน
- เจ็บเวลาหลั่ง
5. เชื้อรา
เชื้อรา Candida อาจทำให้เกิดการอักเสบบริเวณปลายอวัยวะเพศและท่อปัสสาวะ
อาการที่พบได้
- คันมาก
- ผื่นแดง
- มีคราบขาว
- แสบเวลาปัสสาวะ
พบบ่อยในผู้ที่อับชื้น เบาหวาน หรือใช้ยาปฏิชีวนะนาน
6. เริม (Herpes)
เริมที่อวัยวะเพศอาจเริ่มด้วยอาการ
- คัน
- แสบ
- เจ็บยุบยิบ
- ปวดแสบปวดร้อน
ก่อนเกิดตุ่มน้ำใส
🌈กลไกการเกิดอาการคันในท่อปัสสาวะ
เมื่อเยื่อบุท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบ ร่างกายจะปล่อยสารกระตุ้นการอักเสบ เช่น cytokines และ histamine
สารเหล่านี้ทำให้เกิด
- อาการคัน
- แสบ
- บวม
- ระคายเคือง
หากเกิดจากการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาวจะเข้ามาต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้เกิดหนองหรือมูกตามมา

🌈คันในท่อปัสสาวะ แต่ตรวจไม่เจอหนองใน เกิดจากอะไร?
บางครั้งผู้ป่วยมีอาการชัด แต่ตรวจไม่พบเชื้อหนองใน อาจเกิดจาก
- การอักเสบจากเชื้ออื่น
- Mycoplasma genitalium
- การระคายเคือง
- ต่อมลูกหมากอักเสบ
- โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- การอักเสบที่ยังระยะเริ่มต้น
จึงอาจต้องตรวจเพิ่มเติมหลายชนิด
🔥การตรวจวินิจฉัยหนองในและท่อปัสสาวะอักเสบ
1. ซักประวัติ
แพทย์จะสอบถาม
- อาการ
- ระยะเวลาที่เป็น
- ประวัติเสี่ยงทางเพศ
- การใช้ถุงยาง
- คู่นอน
- ประวัติโรคเดิม
2. ตรวจร่างกาย
ตรวจดู
- หนอง
- รอยแดง
- ผื่น
- ตุ่ม
- การอักเสบ
รวมถึงตรวจอัณฑะและต่อมน้ำเหลือง
3. ตรวจปัสสาวะ
ใช้ดูการอักเสบและตรวจหาเชื้อ
4. ตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ (NAAT)
เป็นวิธีที่แม่นยำมากสำหรับ
- หนองในแท้
- หนองในเทียม
สามารถตรวจจากปัสสาวะหรือสารคัดหลั่ง
5. เพาะเชื้อ
บางกรณีใช้เพื่อดูการดื้อยา
🧸ก่อนตรวจหนองใน ควรงดปัสสาวะหรือไม่?
โดยทั่วไปควรงดปัสสาวะประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนเก็บตัวอย่าง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจ
🧸คันในท่อปัสสาวะ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
ควรพบแพทย์ หากมีอาการดังต่อไปนี้
- คันไม่หาย
- ปัสสาวะแสบ
- มีหนองหรือมูก
- ปวดอัณฑะ
- มีไข้
- มีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
- คู่นอนมีอาการ
โดยเฉพาะหากอาการเป็นหลังมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
🩺การรักษาคันในท่อปัสสาวะจากหนองใน
การรักษาขึ้นกับสาเหตุ
💕หนองในแท้
รักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามแนวทางมาตรฐาน เช่น Ceftriaxone
บางครั้งอาจรักษาร่วมกับยาครอบคลุมหนองในเทียมด้วย
💕หนองในเทียม
มักใช้
ตามดุลยพินิจแพทย์
การติดเชื้ออื่น
อาจใช้ยาแตกต่างกันตามชนิดเชื้อ
ห้ามซื้อยากินเองสุ่ม ๆ เพราะอะไร?
การใช้ยาปฏิชีวนะผิดชนิดหรือกินไม่ครบ อาจทำให้
- เชื้อดื้อยา
- อาการไม่หาย
- โรคลุกลาม
- แพร่เชื้อให้คู่นอน
- ผลตรวจคลาดเคลื่อน
ปัจจุบันหนองในดื้อยาเพิ่มขึ้นทั่วโลก จึงควรรักษาอย่างถูกต้อง
💥ถ้าปล่อยไว้ ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?
ภาวะแทรกซ้อนในผู้ชาย
- อัณฑะอักเสบ
- หลอดเก็บอสุจิอักเสบ
- ปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง
- ภาวะมีบุตรยาก
- ท่อปัสสาวะตีบ
ในบางราย เชื้ออาจกระจายเข้าสู่กระแสเลือด
💥หนองในหายเองได้ไหม?
อาการบางส่วนอาจดีขึ้นชั่วคราว แต่เชื้อมักยังคงอยู่
ผู้ป่วยยังสามารถแพร่เชื้อได้ และเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน
จึงไม่ควรรอให้หายเอง
💥ระหว่างรักษา ควรงดเพศสัมพันธ์ไหม?
ควรงดจนกว่า
- รักษาครบ
- อาการหาย
- แพทย์ประเมินว่าปลอดภัย
เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและการติดกลับไปมา
💥คู่นอนต้องตรวจด้วยหรือไม่?
ควรตรวจและรักษาพร้อมกัน โดยเฉพาะหากเป็นหนองในหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หากรักษาเพียงฝ่ายเดียว มีโอกาสติดซ้ำได้สูง
🫧วิธีป้องกันอาการคันในท่อปัสสาวะจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ใช้ถุงยางอนามัย
ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
หลีกเลี่ยงคู่นอนหลายคน
ยิ่งมีคู่นอนหลายคน ความเสี่ยงยิ่งสูง
ตรวจสุขภาพทางเพศสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง
หลีกเลี่ยงการสวนล้างหรือใช้สารระคายเคือง
เพราะทำให้เยื่อบุอักเสบง่าย
รักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม
ไม่อับชื้น และไม่ใช้ผลิตภัณฑ์รุนแรงเกินไป
🫧คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการคันในท่อปัสสาวะเพศชาย
คันในท่อปัสสาวะ ไม่มีหนอง เป็นหนองในไหม?
🚨เป็นได้ โดยเฉพาะหนองในเทียมหรือระยะแรกของโรค
คันหลังมีเพศสัมพันธ์ 2 วัน ควรตรวจไหม?
🚨หากมีความเสี่ยงและอาการผิดปกติ ควรตรวจ
คันอย่างเดียว ไม่มีแสบ อันตรายไหม?
🚨อาจเป็นเพียงการระคายเคือง แต่หากไม่หายหรือมีความเสี่ยง ควรพบแพทย์
หนองในติดจาก Oral Sex ได้ไหม?
🚨ได้ ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม
กินยาฆ่าเชื้อเองก่อนตรวจได้ไหม?
🚨ไม่ควร เพราะอาจทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนและเชื้อดื้อยา
🫧สรุป🫧
อาการคันในท่อปัสสาวะเพศชาย เป็นอาการที่พบได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองทั่วไป ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้และหนองในเทียม
แม้อาการคันเพียงอย่างเดียวอาจดูไม่รุนแรง แต่หากมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการร่วม เช่น ปัสสาวะแสบ มีมูก มีหนอง หรือปวดอวัยวะเพศ ควรเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม
การวินิจฉัยและรักษาเร็ว จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดการแพร่เชื้อ และทำให้รักษาหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรอายหรือซื้อยากินเองสุ่ม ๆ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดมีลักษณะคล้ายกัน และจำเป็นต้องใช้ยาที่ถูกต้องตามชนิดเชื้อ
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ