เมื่อพูดถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หลายคนรู้จักโรคหนองใน (Gonorrhea) และหนองในเทียม (Chlamydia) เป็นอย่างดี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเชื้ออีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการแพทย์ คือ Mycoplasma genitalium (M. genitalium) เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของท่อปัสสาวะอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ และอุ้งเชิงกรานอักเสบ อีกทั้งยังมีแนวโน้มดื้อต่อยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น
🌈🌈 หลายคนที่ได้รับผลตรวจพบเชื้อนี้มักตั้งคำถามว่า “Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่?” หรือเข้าใจว่าเป็นหนองในชนิดใหม่ ความจริงแล้ว Mycoplasma genitalium ไม่ใช่โรคหนองใน และไม่ใช่หนองในเทียม แต่เป็นเชื้อแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดอาการคล้ายโรคหนองในได้ เช่น ปัสสาวะแสบ มีมูกหรือหนองจากท่อปัสสาวะ ตกขาวผิดปกติ หรือปวดอุ้งเชิงกราน
การแยกโรคเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะเชื้อแต่ละชนิดมีแนวทางการตรวจและการรักษาที่แตกต่างกัน การวินิจฉัยที่แม่นยำช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดปัญหาเชื้อดื้อยา
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่ แตกต่างจากหนองในและหนองในเทียมอย่างไร ติดต่อได้อย่างไร อาการเป็นแบบไหน วิธีตรวจรักษา และแนวทางป้องกันตามข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบัน
Mycoplasma genitalium คืออะไร?
Mycoplasma genitalium (M. genitalium) เป็นแบคทีเรียขนาดเล็กมากที่อาศัยอยู่ในระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะของมนุษย์ จัดเป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infection; STI)

ลักษณะเด่นของเชื้อนี้คือ
- ไม่มีผนังเซลล์ (Cell Wall)
- เจริญเติบโตได้ช้า
- เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการได้ยาก
- ตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอณูชีววิทยา (NAAT/PCR) เป็นหลัก
การไม่มีผนังเซลล์ทำให้ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม เช่น เพนิซิลลินและเซฟาโลสปอริน ซึ่งออกฤทธิ์ต่อผนังเซลล์ ไม่มีประสิทธิภาพต่อเชื้อนี้
Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่
แม้เชื้อนี้จะทำให้เกิดอาการคล้ายหนองใน แต่เป็นคนละเชื้อและคนละโรค
- โรคหนองใน (Gonorrhea) เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae
- หนองในเทียม (Chlamydia) เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis
- Mycoplasma genitalium infection เกิดจากเชื้อ Mycoplasma genitalium
ทั้ง 3 โรคเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ต้องอาศัยการตรวจเพื่อแยกสาเหตุ เนื่องจากอาการอาจคล้ายกันมาก

👉Mycoplasma genitalium ติดต่อได้อย่างไร?
เชื้อสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ได้แก่
- เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
- เพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- Oral sex (มีหลักฐานว่าพบได้ แต่พบน้อยกว่าการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศ)
ยังไม่มีหลักฐานว่าติดต่อจาก
- การจับมือ
- การใช้ห้องน้ำร่วมกัน
- การใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
- การใช้ช้อนหรือแก้วน้ำร่วมกัน
👉อาการ ของ Mycoplasma genitalium
ในผู้ชาย
ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการ แต่เมื่อมีอาการ มักพบ
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีมูกหรือหนองใสจากท่อปัสสาวะ
- ระคายเคืองปลายอวัยวะเพศ
- ปวดเวลาปัสสาวะ
อาจทำให้เกิด ท่อปัสสาวะอักเสบชนิดไม่ใช่หนองใน (Non-gonococcal urethritis; NGU)
ในผู้หญิง
อาการอาจไม่ชัดเจน หรือไม่มีอาการเลย
อาการที่พบ ได้แก่
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
- ปัสสาวะแสบ
หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกี่ยวข้องกับ ปากมดลูกอักเสบ (Cervicitis) และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)
👉 Mycoplasma genitalium ต่างจากหนองในอย่างไร?
| หัวข้อ | Mycoplasma genitalium | หนองใน |
|---|---|---|
| เชื้อสาเหตุ | Mycoplasma genitalium | Neisseria gonorrhoeae |
| เป็นหนองในหรือไม่ | ไม่ใช่ | ใช่ |
| ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | ใช่ | ใช่ |
| อาการ | มูกใส ปัสสาวะแสบ | หนองสีเหลืองหรือเขียว ปัสสาวะแสบ |
| ตรวจด้วย NAAT | ใช่ | ใช่ |
| การรักษา | ยาปฏิชีวนะเฉพาะตามแนวทาง | ยาปฏิชีวนะตามแนวทางสำหรับหนองใน |
👉 Mycoplasma genitalium ต่างจากหนองในเทียมอย่างไร?
| หัวข้อ | Mycoplasma genitalium | หนองในเทียม |
|---|---|---|
| เชื้อ | M. genitalium | Chlamydia trachomatis |
| อาการ | คล้ายกัน | คล้ายกัน |
| ตรวจ | NAAT | NAAT |
| แนวทางรักษา | แตกต่างกัน | แตกต่างกัน |
ถึงแม้อาการจะคล้ายกัน แต่การเลือกยาปฏิชีวนะอาจไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการดื้อยา
👉ใครบ้างที่ควรสงสัยการติดเชื้อ Mycoplasma genitalium?
แพทย์อาจพิจารณาตรวจในผู้ที่
- มีท่อปัสสาวะอักเสบแต่ตรวจไม่พบหนองใน
- มีอาการหลังรักษาหนองในหรือหนองในเทียมแล้วยังไม่หาย
- มีปากมดลูกอักเสบเรื้อรัง
- มีอุ้งเชิงกรานอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีคู่นอนที่ตรวจพบเชื้อนี้
ปัจจุบัน ยังไม่มีคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองประชากรทั่วไปที่ไม่มีอาการ แต่การตรวจอาจเหมาะสมในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ตามดุลยพินิจของแพทย์
ตรวจหา Mycoplasma genitalium อย่างไร?
NAAT (Nucleic Acid Amplification Test)

เป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง
ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ ได้แก่
- ปัสสาวะแรกของวัน (First-catch urine)
- สารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ
- สารคัดหลั่งจากปากมดลูก
- ตัวอย่างจากช่องคลอดตามข้อบ่งชี้
👉การรักษา Mycoplasma genitalium
การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากเชื้อนี้มีแนวโน้มดื้อต่อยาปฏิชีวนะบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มแมคโครไลด์ (Macrolides) ในหลายประเทศ
แพทย์อาจเลือกแนวทางการรักษาตาม
- แนวทางเวชปฏิบัติล่าสุด
- ความรุนแรงของโรค
- ผลการตรวจการดื้อยา (หากมี)
- ประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะก่อนหน้า
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง เพราะอาจทำให้การรักษาล้มเหลวและเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา
👉ต้องรักษาคู่นอนหรือไม่?
หากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ คู่นอนที่มีความเสี่ยงควรได้รับการประเมินและรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อกลับไปกลับมา
ระหว่างการรักษา ควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าแพทย์จะประเมินว่าปลอดภัย
👉ภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา
แม้ข้อมูลวิจัยยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่เชื้อ Mycoplasma genitalium มีความสัมพันธ์กับ
ในผู้หญิง
- ปากมดลูกอักเสบ
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)
- อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากจากการอักเสบของท่อนำไข่ (หลักฐานยังอยู่ระหว่างการศึกษา)
ในผู้ชาย
- ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง
- อาการปัสสาวะแสบเป็น ๆ หาย ๆ
👉วิธีป้องกัน Mycoplasma genitalium
ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
ลดจำนวนคู่นอน
ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เมื่อมีความเสี่ยง
หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง
🌷ตารางสรุป : Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่?
| 🌷🌷คำถาม | 🌷🌷คำตอบ |
|---|---|
| Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่ | ไม่ใช่ |
| เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ | ใช่ |
| อาการคล้ายหนองในหรือไม่ | คล้าย |
| ตรวจด้วย NAAT ได้หรือไม่ | ได้ |
| รักษาหายได้หรือไม่ | รักษาได้เมื่อได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม |
| ต้องรักษาคู่นอนหรือไม่ | ควรให้แพทย์ประเมินคู่นอนตามความเสี่ยง |
🦠คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
🌈Mycoplasma genitalium คือหนองในเทียมหรือไม่?
ไม่ใช่ แม้จะทำให้เกิดอาการคล้ายกัน แต่เกิดจากคนละเชื้อ
🌈ถ้ามีหนองไหล ต้องเป็น Mycoplasma genitalium หรือไม่?
ไม่จำเป็น หนองไหลอาจเกิดจากหนองใน หนองในเทียม การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือสาเหตุอื่น จำเป็นต้องตรวจเพื่อหาสาเหตุ
🌈ตรวจหนองในแล้วไม่พบ จำเป็นต้องตรวจ Mycoplasma genitalium หรือไม่?
ในผู้ที่มีอาการต่อเนื่องหรือท่อปัสสาวะอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้
🌈Mycoplasma genitalium หายเองได้ไหม?
ไม่ควรคาดหวังว่าจะหายเอง หากสงสัยว่าติดเชื้อ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
🦠🦠สรุป
คำตอบของคำถาม “Mycoplasma genitalium คือหนองในหรือไม่?” คือ ไม่ใช่ เชื้อนี้เป็นแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และทำให้เกิดอาการคล้ายหนองใน เช่น ปัสสาวะแสบ มีมูกหรือหนองจากท่อปัสสาวะ และปากมดลูกอักเสบ
เนื่องจากอาการของ Mycoplasma genitalium, หนองใน และหนองในเทียมมีความคล้ายคลึงกัน การวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ การตรวจด้วย NAAT ช่วยให้ระบุเชื้อได้แม่นยำ และนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง การรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ และการป้องกันด้วยถุงยางอนามัย เป็นแนวทางสำคัญในการลดการแพร่เชื้อและลดปัญหาเชื้อดื้อยา
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ