Skip to content
Home » บทความ » ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)

ความสำคัญของภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม คู่สมรสจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความกดดันจากครอบครัวหรือสังคม เนื่องจากไม่สามารถมีบุตรได้ตามที่ตั้งใจ แม้ว่าการแพทย์สมัยใหม่จะพัฒนาเทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์มากขึ้น เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) แต่ ภาวะมีบุตรยาก ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้นิยามภาวะมีบุตรยากว่า คือ การที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน 12 เดือนของการมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิด หากฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี จะพิจารณาภายในระยะเวลา 6 เดือน เพราะคุณภาพของไข่และโอกาสตั้งครรภ์จะลดลงอย่างรวดเร็ว

สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

1. สาเหตุจากฝ่ายหญิง

  • การตกไข่ผิดปกติ (Ovulatory disorders)
    • ภาวะรังไข่ไม่ตก (Anovulation)
    • กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome, PCOS)
    • ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น โปรแลกตินสูง (Hyperprolactinemia)
  • ท่อนำไข่ผิดปกติ เช่น อุดตันจากการติดเชื้ออุ้งเชิงกราน (PID), มีพังผืดหลังผ่าตัด
  • ปัญหาของมดลูก เช่น เนื้องอกในมดลูก (Fibroid), พังผืดในโพรงมดลูก, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  • อายุของผู้หญิง เมื่ออายุเกิน 35 ปี จำนวนไข่และคุณภาพไข่ลดลงมาก

2. สาเหตุจากฝ่ายชาย

  • ความผิดปกติของอสุจิ (Sperm abnormality) เช่น
    • ปริมาณอสุจิน้อย
    • การเคลื่อนไหวผิดปกติ
    • รูปร่างผิดปกติ
  • เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ (Varicocele)
  • ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น Testosterone ต่ำ
  • การติดเชื้อหรือโรคประจำตัว เช่น คางทูมอัณฑะอักเสบ, เบาหวาน
  • ปัจจัยจากพฤติกรรม สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก ความเครียดเรื้อรัง

3. ปัจจัยอื่น ๆ และไม่ทราบสาเหตุ

  • ความเครียดเรื้อรัง
  • ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักต่ำเกินไป
  • ปัญหาทางพันธุกรรม
  • กรณีไม่ทราบสาเหตุชัดเจน (Unexplained infertility)

กลไกการเกิดภาวะมีบุตรยาก (Pathophysiology)

ภาวะมีบุตรยากเกิดจากความผิดปกติในกระบวนการเจริญพันธุ์ ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหลายส่วน ได้แก่

  1. การตกไข่ที่สมบูรณ์ → ไข่ที่พร้อมรับการปฏิสนธิ
  2. ท่อนำไข่ที่เปิดโล่ง → ให้ไข่และอสุจิพบกัน
  3. คุณภาพอสุจิที่ดี → สามารถเคลื่อนไหวและเจาะไข่ได้
  4. มดลูกและเยื่อบุโพรงมดลูกพร้อมรับการฝังตัว

หากกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งมีความผิดปกติ จะนำไปสู่การลดโอกาสการตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์ไม่ได้


การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก

  1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย ทั้งสองฝ่าย
  2. การตรวจฝ่ายหญิง
    • การตรวจการตกไข่ (Ovulation test)
    • อัลตราซาวด์อุ้งเชิงกราน
    • การตรวจท่อนำไข่ด้วย HSG (Hysterosalpingography) หรือ Laparoscopy
    • ตรวจฮอร์โมน เช่น FSH, LH, Prolactin, AMH
  3. การตรวจฝ่ายชาย
    • การตรวจน้ำอสุจิ (Semen analysis)
    • ตรวจฮอร์โมนเพศชาย
    • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์กรณีสงสัย Varicocele

แนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยาก

1. การปรับพฤติกรรม

  • เลิกสูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ลดความเครียด

2. การรักษาทางการแพทย์

  • ยากระตุ้นการตกไข่ เช่น Clomiphene citrate, Letrozole, Gonadotropins
  • การรักษาฝ่ายชาย เช่น การใช้ยากระตุ้นการสร้างอสุจิ, การผ่าตัดรักษาเส้นเลือดขอดที่อัณฑะ
  • การผ่าตัดในฝ่ายหญิง เช่น การผ่าตัดพังผืดหรือเนื้องอกในมดลูก

3. เทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์ (ART: Assisted Reproductive Technology)

3.1 IUI (Intrauterine Insemination): การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูกโดยตรง
เป็นหนึ่งในเทคนิคการรักษาภาวะมีบุตรยากที่นิยมใช้ เนื่องจากมีขั้นตอนง่าย ไม่ซับซ้อนเท่า IVF และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า หลักการของ IUI คือ การคัดเลือกและเตรียมอสุจิที่มีคุณภาพดี แล้วฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงในช่วงที่ไข่กำลังตก เพื่อเพิ่มโอกาสให้อสุจิและไข่พบกัน

✅ ขั้นตอนการทำ IUI

1. เตรียมฝ่ายหญิง

  • ตรวจสุขภาพเบื้องต้น และประเมินท่อนำไข่ว่าปกติ ไม่อุดตัน
  • อาจมีการกระตุ้นไข่ด้วยยา (เช่น Clomiphene citrate, Letrozole หรือ Gonadotropins) เพื่อให้ตกไข่ 1–2 ฟอง
  • ใช้อัลตราซาวด์ติดตามขนาดไข่
  • กำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำ IUI (ประมาณ 36 ชั่วโมงหลังการฉีดยากระตุ้นไข่ให้ตก เช่น hCG trigger shot)

2. เตรียมฝ่ายชาย

  • เก็บน้ำอสุจิ (โดยการช่วยตัวเอง หรือในบางกรณีใช้การดูดออกจากท่ออสุจิ)
  • นำอสุจิไปผ่านกระบวนการ ล้างและคัดแยก (Sperm washing) เพื่อเลือกเฉพาะอสุจิที่มีการเคลื่อนไหวดี และกำจัดสิ่งปนเปื้อน

3. การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก

  • ใส่เครื่องมือถ่างปากมดลูก (Speculum)
  • ใช้ สายพลาสติกขนาดเล็ก (Catheter) ใส่ผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก
  • ฉีดอสุจิที่เตรียมไว้โดยตรงเข้าไปในโพรงมดลูก
  • ใช้เวลาเพียง 5–10 นาที และไม่เจ็บมาก (คล้ายการตรวจภายใน)

4. หลังทำหัตถการ

  • แพทย์อาจให้ผู้ป่วยนอนพัก 15–30 นาที
  • สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ตรวจการตั้งครรภ์ประมาณ 2 สัปดาห์หลังทำ

ข้อบ่งชี้ในการทำ IUI

  • ภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ
  • ปัญหาคุณภาพอสุจิเล็กน้อย (mild male factor)
  • ปัญหาเกี่ยวกับมูกปากมดลูก (Cervical factor infertility)
  • คู่สมรสที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติได้

ข้อห้ามทำ IUI

  • ท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง
  • ฝ่ายหญิงอายุมาก (โอกาสสำเร็จต่ำกว่า IVF)
  • คุณภาพอสุจิแย่มาก (ต้องใช้ ICSI แทน)

อัตราความสำเร็จ

โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่อง 3–6 รอบ โอกาสสำเร็จจะสะสมมากขึ้น ประมาณ 10–20% ต่อรอบการทำ ขึ้นกับอายุฝ่ายหญิง, คุณภาพอสุจิ, และสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

3.2 IVF (In vitro Fertilization): การทำเด็กหลอดแก้ว
เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology – ART) ที่ใช้ในคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก โดยทำการปฏิสนธิระหว่างอสุจิและไข่นอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ จากนั้นเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะที่เหมาะสม แล้วจึงย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์


✅ ขั้นตอนหลักของ IVF

  1. กระตุ้นไข่ (Ovarian Stimulation)
    • แพทย์ให้ยาฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างไข่หลายใบในรอบเดือนเดียว
    • มีการติดตามด้วยอัลตราซาวด์และตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน
  2. การเก็บไข่ (Egg Retrieval / OPU – Ovum Pick Up)
    • เมื่อไข่โตเต็มที่ แพทย์จะใช้เข็มดูดเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด ภายใต้การอัลตราซาวด์นำทาง
  3. การเก็บและเตรียมอสุจิ (Sperm Collection & Preparation)
    • เก็บน้ำเชื้อจากฝ่ายชาย
    • นำไปคัดแยกอสุจิที่แข็งแรงและมีคุณภาพที่สุด
  4. การปฏิสนธิ (Fertilization)
    • ทำได้ 2 วิธี
      • IVF แบบดั้งเดิม: นำอสุจิและไข่มาผสมกันในจานเลี้ยง
      • ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection): ฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าสู่ไข่โดยตรง (นิยมใช้มากในคู่ที่มีปัญหาอสุจิน้อยหรืออสุจิเคลื่อนไหวไม่ดี)
  5. การเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Culture)
    • เลี้ยงไข่ที่ปฏิสนธิแล้วในตู้ควบคุมอุณหภูมิและก๊าซ
    • ตัวอ่อนจะเจริญเติบโต 3–5 วัน (จนถึงระยะบลาสโตซิสต์)
  6. การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer)
    • แพทย์จะคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุด
    • ใช้สายเล็ก ๆ ใส่ผ่านปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก
    • เป็นขั้นตอนที่ไม่เจ็บปวดมาก
  7. การฝังตัวและการตั้งครรภ์ (Implantation & Pregnancy)
    • ตัวอ่อนฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก
    • รอประมาณ 10–14 วัน แล้วตรวจเลือดหาฮอร์โมน β-hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์

3.3 ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection): การฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เป็นเทคนิคการช่วยเจริญพันธุ์ที่ใช้ร่วมกับ IVF แต่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นคือการปฏิสนธินอกร่างกายแบบหนึ่ง โดยนักวิทยาศาสตร์จะใช้เข็มขนาดเล็กมาก (micro-needle) ฉีดอสุจิเพียง 1 ตัว เข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง วิธีนี้เหมาะกับคู่สมรสที่มีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิ เช่น

  • อสุจิจำนวนต่ำ (oligozoospermia)
  • อสุจิเคลื่อนไหวผิดปกติ (asthenozoospermia)
  • อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ (teratozoospermia)
  • ไม่สามารถปฏิสนธิด้วยวิธี IVF ปกติได้

✅ ขั้นตอนของ ICSI

  1. การเก็บไข่ (Egg Retrieval)
    • ทำเหมือนกับขั้นตอน IVF: กระตุ้นรังไข่ด้วยฮอร์โมน → เก็บไข่ด้วยการดูดผ่านเข็ม
  2. การเก็บและเตรียมอสุจิ (Sperm Collection)
    • เก็บน้ำเชื้อจากฝ่ายชาย
    • ถ้าไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ อาจใช้การผ่าตัดเล็ก (TESE หรือ PESA) เพื่อนำอสุจิออกจากอัณฑะหรือท่อนำอสุจิ
  3. การคัดเลือกอสุจิ (Sperm Selection)
    • ใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังสูงในการเลือกอสุจิที่แข็งแรงและมีรูปร่างปกติที่สุด
  4. การฉีดอสุจิ (Sperm Injection)
    • ใช้ micropipette ดูดอสุจิ 1 ตัว
    • ฉีดเข้าไปในไซโตพลาสซึมของไข่โดยตรง (Intracytoplasmic)
    • ไข่ที่ปฏิสนธิจะถูกเลี้ยงในตู้เพาะเลี้ยง
  5. การเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo Culture)
    • ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยง 3–5 วัน
    • เมื่อได้ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (blastocyst) จะมีความพร้อมสำหรับการย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก
  6. การย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer)
    • คัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุด
    • ใส่กลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง
  7. การติดตามผล (Pregnancy Test)
    • รอ 10–14 วัน แล้วตรวจเลือดหา β-hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์

📌 สรุปสั้น ๆ

ICSI → ใช้เข็มฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง (แม้จะมีอสุจิเพียงไม่กี่ตัวก็ทำได้)

IVF ปกติ → นำไข่ + อสุจิมาผสมในจานเลี้ยง


การป้องกันภาวะมีบุตรยาก

  • ดูแลสุขภาพร่างกายและน้ำหนัก
  • หลีกเลี่ยงสารพิษ แอลกอฮอล์ และบุหรี่
  • ป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและก่อนตั้งครรภ์

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก

  • “มีลูกยากเป็นเพราะฝ่ายหญิงเสมอ” → ความจริงคือฝ่ายชายก็มีส่วนสำคัญ
  • “ถ้ารอไปเรื่อย ๆ จะท้องเอง” → ไม่เสมอไป หากมีสาเหตุชัดเจนต้องได้รับการรักษา
  • “การทำเด็กหลอดแก้วได้ผล 100%” → ความจริงคืออัตราความสำเร็จขึ้นอยู่กับอายุฝ่ายหญิงและปัจจัยอื่น ๆ

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ