Skip to content
Home » บทความ » HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม? ต่างกันอย่างไร

HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม? ต่างกันอย่างไร

HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อพบตุ่มผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ เพราะคำว่า “HPV” และ “หูดหงอนไก่” มักถูกพูดถึงคู่กันจนทำให้เข้าใจว่าเป็นโรคเดียวกัน

ความจริงแล้ว HPV กับหูดหงอนไก่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง โดย HPV ย่อมาจาก Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีหลายสายพันธุ์ ส่วนหูดหงอนไก่ หรือ Genital Warts คือรอยโรคที่เกิดขึ้นบนผิวหนังหรือเยื่อบุหลังได้รับเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ เช่น HPV 6 และ HPV 11

🦠🦠🦠 สิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนคือ คนที่ติด HPV จำนวนมาก ไม่มีอาการและไม่มีหูดให้เห็น ในขณะที่บางคนอาจเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือบริเวณอื่นที่มีการสัมผัสเชื้อ

ดังนั้น การมี HPV ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นหูดหงอนไก่ และการมีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นหูดหงอนไก่ทุกกรณี

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า HPV กับหูดหงอนไก่ต่างกันอย่างไร หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ไหน HPV ชนิดที่ทำให้เกิดหูดเกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือไม่ ตุ่มแบบไหนควรพบแพทย์ และควรตรวจหรือรักษาอย่างไร


🌈🫧HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่เหมือนกัน แต่หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์

สามารถทำความเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

HPV = เชื้อไวรัส

หูดหงอนไก่ = รอยโรคที่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดผลแตกต่างกัน

บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดที่ผิวหนัง ขณะที่บางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ และบางสายพันธุ์เป็นชนิดความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งบางชนิด

ดังนั้น หากพูดว่า “เป็น HPV” ไม่ได้หมายความว่า “เป็นหูดหงอนไก่” เสมอไป


🌈🫧HPV คืออะไร?

HPV (Human Papillomavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดเชื้อบริเวณผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย

เชื้อ HPV ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณที่มีเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสอย่างใกล้ชิดระหว่างกิจกรรมทางเพศ

สามารถติดต่อได้จาก

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • การสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศอย่างใกล้ชิด
  • การสัมผัสบริเวณที่มีรอยโรคจาก HPV

สิ่งสำคัญคือ HPV สามารถแพร่ได้แม้ผู้ติดเชื้อจะ ไม่มีหูดหรือไม่มีอาการ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนอาจได้รับเชื้อจากคู่นอนที่ดูปกติและไม่มีตุ่มใด ๆ ให้เห็น


🩺🧸หูดหงอนไก่คืออะไร?

หูดหงอนไก่ (Genital Warts) คือรอยโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV บริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก หูดอาจเกิดเป็นตุ่มเดียวหรือหลายตุ่ม และบางครั้งสามารถรวมกันเป็นกลุ่มจนมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ

ลักษณะที่พบได้ ได้แก่

  • ตุ่มนูนขนาดเล็ก
  • ตุ่มสีเดียวกับผิว
  • ตุ่มสีชมพูหรือแดง
  • ผิวขรุขระ
  • ตุ่มหลายตุ่มรวมกัน
  • รูปร่างคล้ายดอกกะหล่ำ
  • อาจเพิ่มจำนวนหรือขนาดขึ้น

หูดหงอนไก่อาจไม่เจ็บ และบางคนอาจไม่รู้สึกผิดปกติใด ๆ นอกจากคลำหรือมองเห็นตุ่ม บางรายอาจมีอาการคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกเล็กน้อยหากรอยโรคถูกเสียดสี


🩺🧸หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ไหน?

= หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะ HPV 6 และ HPV 11

คำว่า “ความเสี่ยงต่ำ” ในบริบทนี้หมายถึงสายพันธุ์เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งน้อยกว่าสายพันธุ์ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

HPV 6 และ HPV 11 เป็นสาเหตุสำคัญของหูดบริเวณอวัยวะเพศ

ขณะเดียวกัน HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดมากกว่า

ดังนั้นจึงควรแยกให้ชัดเจนว่า

HPV ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ กับ HPV ที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็ง อาจเป็นคนละสายพันธุ์กัน


🩺🧸เป็น HPV แล้วต้องมีหูดหงอนไก่ไหม?

= ไม่จำเป็น

นี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่ควรรู้ ผู้ที่ติดเชื้อ HPV จำนวนมากไม่มีอาการ และไม่ได้เกิดหูดหงอนไก่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมการติดเชื้อ HPV ได้ในหลายกรณี และการติดเชื้อจำนวนมากจะหายหรือไม่สามารถตรวจพบได้เมื่อเวลาผ่านไป

ดังนั้น ติด HPV ≠ ต้องมีหูด และ ไม่มีหูด ≠ ไม่มี HPV

ผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่มีอาการเลย แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้


🎀💗ถ้ามีหูดหงอนไก่ แปลว่ามี HPV แน่นอนหรือไม่?

= ไม่แน่นอน หูดบริเวณอวัยวะเพศที่มีลักษณะเข้าได้กับหูดหงอนไก่มักเกิดจาก HPV แต่ ตุ่มบริเวณอวัยวะเพศไม่ได้เป็นหูดหงอนไก่ทุกตุ่ม

บริเวณอวัยวะเพศสามารถเกิดตุ่มจากสาเหตุอื่นได้ เช่น

  • Pearly Penile Papules หรือ PPP
  • Fordyce spots
  • รูขุมขนอักเสบ
  • ขนคุด
  • ซีสต์บางชนิด
  • Molluscum contagiosum
  • เริม
  • โรคผิวหนังอื่น ๆ

ดังนั้น หากพบตุ่มใหม่บริเวณอวัยวะเพศ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็น HPV หรือหูดหงอนไก่จากการดูเพียงอย่างเดียว แพทย์สามารถตรวจลักษณะของตุ่ม ตำแหน่ง จำนวน และพื้นผิว เพื่อช่วยวินิจฉัย


🎀💗หูดหงอนไก่ต่างจากตุ่ม PPP อย่างไร?

คำถามนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ชายที่พบตุ่มเล็ก ๆ รอบหัวอวัยวะเพศ

PPP หรือ Pearly Penile Papules มักเป็นตุ่มขนาดเล็ก เรียบ สีเดียวกับผิวหรือออกขาวอมชมพู และมักเรียงตัวเป็นแถวอย่างสม่ำเสมอรอบขอบหัวอวัยวะเพศ

PPP เป็นลักษณะทางกายวิภาคที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ส่วนหูดหงอนไก่มักมีพื้นผิวขรุขระกว่า รูปร่างไม่สม่ำเสมอ และอาจเพิ่มจำนวนหรือรวมกันเป็นกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของรอยโรคบางชนิดอาจคล้ายกัน การตรวจโดยแพทย์จึงมีประโยชน์หากไม่แน่ใจ


🎀💗HPV กับหูดหงอนไก่ ติดต่อเหมือนกันไหม?

เนื่องจากหูดหงอนไก่เกิดจาก HPV การติดต่อจึงเกี่ยวข้องกับการสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อ HPV

การมีเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางสำคัญ โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก รวมถึงการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศอย่างใกล้ชิด

การใช้ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ แต่ ไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ 100%

เหตุผลคือ HPV สามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม


🎀💗ถ้ามีหูดหงอนไก่ แปลว่าเพิ่งติด HPV หรือไม่?

= ไม่สามารถสรุปได้

การพบหูดหงอนไก่ไม่ได้หมายความว่าเพิ่งได้รับเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด

HPV สามารถไม่มีอาการเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะตรวจพบหูด และการระบุว่าได้รับเชื้อเมื่อใดหรือจากใครมักทำได้ยาก

ดังนั้น หากคนหนึ่งตรวจพบหูดหงอนไก่ภายหลังจากมีความสัมพันธ์กับคู่ครอง ไม่ควรใช้การพบหูดเพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าเพิ่งได้รับเชื้อ หรือระบุว่าคู่นอนเป็นผู้แพร่เชื้ออย่างแน่นอน


🌈🫧หูดหงอนไก่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือไม่?

คำถามนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนเข้าใจว่าการเป็นหูดหงอนไก่หมายถึงกำลังมีความเสี่ยงมะเร็งสูง

โดยทั่วไป หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำและไม่ใช่สายพันธุ์หลักที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

ส่วนมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV มักสัมพันธ์กับ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 รวมถึงสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอื่น ๆ

ในผู้ชาย HPV ชนิดความเสี่ยงสูงสามารถเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด เช่น

  • มะเร็งองคชาต
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งบริเวณช่องปากและลำคอบางชนิด

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง

การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะเมื่อระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมเชื้อได้


🌈🫧หูดหงอนไก่รักษาได้ไหม?

รักษารอยโรคได้ แต่การรักษาหูดไม่ได้หมายความว่าจะกำจัด HPV ออกจากร่างกายได้ทันที

วิธีรักษาหูดหงอนไก่มีหลายรูปแบบ โดยแพทย์จะเลือกตามตำแหน่ง จำนวน ขนาด และลักษณะของหูด

อาจใช้วิธี เช่น

  • ยาทาเฉพาะที่บางชนิด
  • การจี้เย็น
  • การจี้ด้วยไฟฟ้า
  • การตัดออก
  • วิธีทำลายรอยโรคอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ไม่ควรใช้ยากำจัดหูดที่จำหน่ายสำหรับหูดบริเวณมือหรือเท้ามาทาบริเวณอวัยวะเพศเอง เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางและอาจเกิดการระคายเคืองหรือแผลได้


➡️ 😮‍💨หูดหงอนไก่หายแล้ว HPV หายด้วยไหม?

การที่หูดหายไม่ได้หมายความว่าเชื้อ HPV ถูกกำจัดออกจากร่างกายทันที

หลังการรักษา หูดสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก เนื่องจากอาจยังมีเชื้อ HPV อยู่ในเนื้อเยื่อบริเวณนั้น อย่างไรก็ตาม ในหลายคนระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมการติดเชื้อได้ในระยะต่อมา

จึงควรแยกคำว่า “หูดหาย”

ออกจาก “ตรวจไม่พบหรือร่างกายควบคุมเชื้อ HPV ได้”

เพราะเป็นคนละประเด็นกัน


➡️🌟HPV กับหูดหงอนไก่ ตรวจอย่างไร?

สำหรับผู้ที่มีหูดบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์มักสามารถวินิจฉัยจาก การตรวจรอยโรคโดยตรง

ลักษณะของหูด เช่น สี รูปร่าง พื้นผิว จำนวน และตำแหน่ง สามารถช่วยประกอบการวินิจฉัยได้

ในกรณีที่รอยโรคมีลักษณะผิดปกติ ไม่ชัดเจน หรือสงสัยโรคอื่น แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อ

ส่วนการตรวจ HPV ในผู้ชายไม่ได้เป็นการตรวจคัดกรองทั่วไปสำหรับผู้ชายทุกคน ดังนั้นการมีความกังวลว่า “อาจติด HPV” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตรวจ HPV โดยตรงทุกกรณี

หากมีรอยโรคหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม


➜🍓HPV กับหูดหงอนไก่ ป้องกันได้อย่างไร?

วิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงคือ การฉีดวัคซีน HPV

วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม รวมถึงสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิด

การฉีดวัคซีนสามารถมีประโยชน์แม้ผู้รับวัคซีนจะเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว เพราะอาจยังไม่เคยได้รับเชื้อ HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนป้องกันได้

นอกจากวัคซีนแล้ว การป้องกันยังทำได้โดย

  • ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง
  • ลดจำนวนคู่นอน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีหูดหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ
  • ไม่สัมผัสหรือแกะรอยโรคโดยไม่จำเป็น
  • ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเสี่ยง

👉🌈ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV หรือไม่?

ผู้ชายสามารถรับวัคซีน HPV ได้ และวัคซีนมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงจาก HPV บางสายพันธุ์

นอกจากช่วยป้องกันหูดหงอนไก่แล้ว วัคซีน HPV ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด ช่วงอายุและจำนวนเข็มที่แนะนำอาจแตกต่างกันตามอายุและแนวทางของแต่ละประเทศ รวมถึงประวัติการได้รับวัคซีนเดิม ดังนั้น หากต้องการฉีดวัคซีน HPV ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินตารางวัคซีนที่เหมาะสม


❌😮‍💨ถ้ามีหูดหงอนไก่ ควรมีเพศสัมพันธ์หรือไม่?

หากพบหูดหงอนไก่หรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อ HPV ควรปรึกษาแพทย์ และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะที่มีรอยโรคที่มองเห็นได้ เนื่องจาก HPV สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้

ถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหูดหงอนไก่ ควรพูดคุยกับคู่นอนเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการป้องกันและวัคซีน HPV


👉💖หูดหงอนไก่กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

= สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

แม้จะกำจัดหูดที่มองเห็นออกแล้ว แต่หูดอาจกลับมาอีกได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการรักษา

การกลับมาเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่าการรักษาครั้งแรก “ไม่ได้ผล” เสมอไป เพราะการรักษามุ่งกำจัดรอยโรคที่มองเห็น ขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันต้องใช้เวลาในการควบคุมเชื้อ HPV หากมีหูดกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาเพิ่มเติม


➡️ 🌈HPV กับหูดหงอนไก่ เหมือนกันไหม?

— ตารางสรุป —

หัวข้อHPVหูดหงอนไก่
คืออะไรเชื้อไวรัสรอยโรคบนผิวหนัง/เยื่อบุ
ชื่อเต็มHuman PapillomavirusGenital Warts
สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ HPVส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 6 และ 11
มีอาการเสมอไหมไม่ไม่เสมอไป
มีตุ่มหรือไม่อาจไม่มีมักมีตุ่มหรือก้อนนูน
ติดต่อได้ไหมได้เชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดหูดสามารถแพร่ได้
เป็นมะเร็งหรือไม่HPV บางสายพันธุ์เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหูดส่วนใหญ่เกิดจาก HPV ความเสี่ยงต่ำ
รักษาอย่างไรร่างกายสามารถควบคุมเชื้อได้ในหลายกรณีรักษารอยโรคด้วยวิธีต่าง ๆ
ป้องกันได้ไหมวัคซีนช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ครอบคลุมวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงหูดจากสายพันธุ์ที่ครอบคลุม

👉💖เมื่อมีตุ่มที่อวัยวะเพศ ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์หากมีตุ่มหรือรอยโรคที่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะดังต่อไปนี้

นอกจากนี้ หากตุ่มไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำ ก็ควรได้รับการตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นหูดหงอนไก่จริงหรือเป็นรอยโรคจากสาเหตุอื่น


🌸สรุป HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม?

HPV กับหูดหงอนไก่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

HPV คือเชื้อไวรัส Human Papillomavirus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ และสามารถทำให้เกิดโรคหรือรอยโรคได้หลายรูปแบบ

ส่วน หูดหงอนไก่คือรอยโรคที่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ HPV 6 และ HPV 11 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำและเป็นสาเหตุสำคัญของหูดบริเวณอวัยวะเพศ

การติด HPV ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีหูด เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ ในทางกลับกัน ตุ่มที่อวัยวะเพศก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นหูดหงอนไก่ทุกครั้ง เพราะมีภาวะอื่นที่ทำให้เกิดตุ่มคล้ายกันได้

สำหรับ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งบางชนิดมากกว่า แต่ การติด HPV ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็ง เพราะการติดเชื้อจำนวนมากสามารถถูกระบบภูมิคุ้มกันควบคุมได้

หากพบตุ่มบริเวณอวัยวะเพศและไม่แน่ใจว่าเป็น HPV หูดหงอนไก่ PPP เริม หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น ไม่ควรบีบ แกะ หรือซื้อยามาทาเอง การตรวจโดยแพทย์จะช่วยแยกสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้

การป้องกันที่สำคัญ ได้แก่ วัคซีน HPV การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางเพศเมื่อมีหูดหรือรอยโรคผิดปกติ


หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ