HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อพบตุ่มผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ เพราะคำว่า “HPV” และ “หูดหงอนไก่” มักถูกพูดถึงคู่กันจนทำให้เข้าใจว่าเป็นโรคเดียวกัน
ความจริงแล้ว HPV กับหูดหงอนไก่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง โดย HPV ย่อมาจาก Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีหลายสายพันธุ์ ส่วนหูดหงอนไก่ หรือ Genital Warts คือรอยโรคที่เกิดขึ้นบนผิวหนังหรือเยื่อบุหลังได้รับเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ เช่น HPV 6 และ HPV 11
🦠🦠🦠 สิ่งที่ทำให้เกิดความสับสนคือ คนที่ติด HPV จำนวนมาก ไม่มีอาการและไม่มีหูดให้เห็น ในขณะที่บางคนอาจเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือบริเวณอื่นที่มีการสัมผัสเชื้อ
ดังนั้น การมี HPV ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นหูดหงอนไก่ และการมีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นหูดหงอนไก่ทุกกรณี
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า HPV กับหูดหงอนไก่ต่างกันอย่างไร หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ไหน HPV ชนิดที่ทำให้เกิดหูดเกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือไม่ ตุ่มแบบไหนควรพบแพทย์ และควรตรวจหรือรักษาอย่างไร

🌈🫧HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม?
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่เหมือนกัน แต่หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์
สามารถทำความเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
HPV = เชื้อไวรัส
หูดหงอนไก่ = รอยโรคที่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์
HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดผลแตกต่างกัน
บางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดที่ผิวหนัง ขณะที่บางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ และบางสายพันธุ์เป็นชนิดความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งบางชนิด
ดังนั้น หากพูดว่า “เป็น HPV” ไม่ได้หมายความว่า “เป็นหูดหงอนไก่” เสมอไป
🌈🫧HPV คืออะไร?

HPV (Human Papillomavirus) เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดเชื้อบริเวณผิวหนังและเยื่อบุของร่างกาย
เชื้อ HPV ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณที่มีเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสอย่างใกล้ชิดระหว่างกิจกรรมทางเพศ
สามารถติดต่อได้จาก
- การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
- การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
- การสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศอย่างใกล้ชิด
- การสัมผัสบริเวณที่มีรอยโรคจาก HPV
สิ่งสำคัญคือ HPV สามารถแพร่ได้แม้ผู้ติดเชื้อจะ ไม่มีหูดหรือไม่มีอาการ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนอาจได้รับเชื้อจากคู่นอนที่ดูปกติและไม่มีตุ่มใด ๆ ให้เห็น
🩺🧸หูดหงอนไก่คืออะไร?
หูดหงอนไก่ (Genital Warts) คือรอยโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV บริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก หูดอาจเกิดเป็นตุ่มเดียวหรือหลายตุ่ม และบางครั้งสามารถรวมกันเป็นกลุ่มจนมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ
ลักษณะที่พบได้ ได้แก่
- ตุ่มนูนขนาดเล็ก
- ตุ่มสีเดียวกับผิว
- ตุ่มสีชมพูหรือแดง
- ผิวขรุขระ
- ตุ่มหลายตุ่มรวมกัน
- รูปร่างคล้ายดอกกะหล่ำ
- อาจเพิ่มจำนวนหรือขนาดขึ้น
หูดหงอนไก่อาจไม่เจ็บ และบางคนอาจไม่รู้สึกผิดปกติใด ๆ นอกจากคลำหรือมองเห็นตุ่ม บางรายอาจมีอาการคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกเล็กน้อยหากรอยโรคถูกเสียดสี
🩺🧸หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ไหน?
= หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะ HPV 6 และ HPV 11
คำว่า “ความเสี่ยงต่ำ” ในบริบทนี้หมายถึงสายพันธุ์เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งน้อยกว่าสายพันธุ์ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
HPV 6 และ HPV 11 เป็นสาเหตุสำคัญของหูดบริเวณอวัยวะเพศ
ขณะเดียวกัน HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิดมากกว่า
ดังนั้นจึงควรแยกให้ชัดเจนว่า
HPV ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ กับ HPV ที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็ง อาจเป็นคนละสายพันธุ์กัน
🩺🧸เป็น HPV แล้วต้องมีหูดหงอนไก่ไหม?
= ไม่จำเป็น
นี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่ควรรู้ ผู้ที่ติดเชื้อ HPV จำนวนมากไม่มีอาการ และไม่ได้เกิดหูดหงอนไก่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมการติดเชื้อ HPV ได้ในหลายกรณี และการติดเชื้อจำนวนมากจะหายหรือไม่สามารถตรวจพบได้เมื่อเวลาผ่านไป
ดังนั้น ติด HPV ≠ ต้องมีหูด และ ไม่มีหูด ≠ ไม่มี HPV
ผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่มีอาการเลย แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้
🎀💗ถ้ามีหูดหงอนไก่ แปลว่ามี HPV แน่นอนหรือไม่?
= ไม่แน่นอน หูดบริเวณอวัยวะเพศที่มีลักษณะเข้าได้กับหูดหงอนไก่มักเกิดจาก HPV แต่ ตุ่มบริเวณอวัยวะเพศไม่ได้เป็นหูดหงอนไก่ทุกตุ่ม
บริเวณอวัยวะเพศสามารถเกิดตุ่มจากสาเหตุอื่นได้ เช่น
- Pearly Penile Papules หรือ PPP
- Fordyce spots
- รูขุมขนอักเสบ
- ขนคุด
- ซีสต์บางชนิด
- Molluscum contagiosum
- เริม
- โรคผิวหนังอื่น ๆ
ดังนั้น หากพบตุ่มใหม่บริเวณอวัยวะเพศ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็น HPV หรือหูดหงอนไก่จากการดูเพียงอย่างเดียว แพทย์สามารถตรวจลักษณะของตุ่ม ตำแหน่ง จำนวน และพื้นผิว เพื่อช่วยวินิจฉัย
🎀💗หูดหงอนไก่ต่างจากตุ่ม PPP อย่างไร?
คำถามนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ชายที่พบตุ่มเล็ก ๆ รอบหัวอวัยวะเพศ
PPP หรือ Pearly Penile Papules มักเป็นตุ่มขนาดเล็ก เรียบ สีเดียวกับผิวหรือออกขาวอมชมพู และมักเรียงตัวเป็นแถวอย่างสม่ำเสมอรอบขอบหัวอวัยวะเพศ
PPP เป็นลักษณะทางกายวิภาคที่ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ส่วนหูดหงอนไก่มักมีพื้นผิวขรุขระกว่า รูปร่างไม่สม่ำเสมอ และอาจเพิ่มจำนวนหรือรวมกันเป็นกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ลักษณะของรอยโรคบางชนิดอาจคล้ายกัน การตรวจโดยแพทย์จึงมีประโยชน์หากไม่แน่ใจ

🎀💗HPV กับหูดหงอนไก่ ติดต่อเหมือนกันไหม?
เนื่องจากหูดหงอนไก่เกิดจาก HPV การติดต่อจึงเกี่ยวข้องกับการสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อ HPV
การมีเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางสำคัญ โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก รวมถึงการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศอย่างใกล้ชิด
การใช้ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ แต่ ไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ 100%
เหตุผลคือ HPV สามารถอยู่บนผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม
🎀💗ถ้ามีหูดหงอนไก่ แปลว่าเพิ่งติด HPV หรือไม่?
= ไม่สามารถสรุปได้
การพบหูดหงอนไก่ไม่ได้หมายความว่าเพิ่งได้รับเชื้อ HPV จากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด
HPV สามารถไม่มีอาการเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะตรวจพบหูด และการระบุว่าได้รับเชื้อเมื่อใดหรือจากใครมักทำได้ยาก
ดังนั้น หากคนหนึ่งตรวจพบหูดหงอนไก่ภายหลังจากมีความสัมพันธ์กับคู่ครอง ไม่ควรใช้การพบหูดเพียงอย่างเดียวเพื่อสรุปว่าเพิ่งได้รับเชื้อ หรือระบุว่าคู่นอนเป็นผู้แพร่เชื้ออย่างแน่นอน
🌈🫧หูดหงอนไก่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือไม่?
คำถามนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนเข้าใจว่าการเป็นหูดหงอนไก่หมายถึงกำลังมีความเสี่ยงมะเร็งสูง
โดยทั่วไป หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำและไม่ใช่สายพันธุ์หลักที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
ส่วนมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV มักสัมพันธ์กับ HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 รวมถึงสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอื่น ๆ
ในผู้ชาย HPV ชนิดความเสี่ยงสูงสามารถเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด เช่น
- มะเร็งองคชาต
- มะเร็งทวารหนัก
- มะเร็งบริเวณช่องปากและลำคอบางชนิด
อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง
การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะเมื่อระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมเชื้อได้
🌈🫧หูดหงอนไก่รักษาได้ไหม?
รักษารอยโรคได้ แต่การรักษาหูดไม่ได้หมายความว่าจะกำจัด HPV ออกจากร่างกายได้ทันที
วิธีรักษาหูดหงอนไก่มีหลายรูปแบบ โดยแพทย์จะเลือกตามตำแหน่ง จำนวน ขนาด และลักษณะของหูด
อาจใช้วิธี เช่น
- ยาทาเฉพาะที่บางชนิด
- การจี้เย็น
- การจี้ด้วยไฟฟ้า
- การตัดออก
- วิธีทำลายรอยโรคอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
ไม่ควรใช้ยากำจัดหูดที่จำหน่ายสำหรับหูดบริเวณมือหรือเท้ามาทาบริเวณอวัยวะเพศเอง เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางและอาจเกิดการระคายเคืองหรือแผลได้
➡️ 😮💨หูดหงอนไก่หายแล้ว HPV หายด้วยไหม?
การที่หูดหายไม่ได้หมายความว่าเชื้อ HPV ถูกกำจัดออกจากร่างกายทันที
หลังการรักษา หูดสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก เนื่องจากอาจยังมีเชื้อ HPV อยู่ในเนื้อเยื่อบริเวณนั้น อย่างไรก็ตาม ในหลายคนระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมการติดเชื้อได้ในระยะต่อมา
จึงควรแยกคำว่า “หูดหาย”
ออกจาก “ตรวจไม่พบหรือร่างกายควบคุมเชื้อ HPV ได้”
เพราะเป็นคนละประเด็นกัน
➡️🌟HPV กับหูดหงอนไก่ ตรวจอย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีหูดบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์มักสามารถวินิจฉัยจาก การตรวจรอยโรคโดยตรง
ลักษณะของหูด เช่น สี รูปร่าง พื้นผิว จำนวน และตำแหน่ง สามารถช่วยประกอบการวินิจฉัยได้
ในกรณีที่รอยโรคมีลักษณะผิดปกติ ไม่ชัดเจน หรือสงสัยโรคอื่น แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อ
ส่วนการตรวจ HPV ในผู้ชายไม่ได้เป็นการตรวจคัดกรองทั่วไปสำหรับผู้ชายทุกคน ดังนั้นการมีความกังวลว่า “อาจติด HPV” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตรวจ HPV โดยตรงทุกกรณี
หากมีรอยโรคหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม
➜🍓HPV กับหูดหงอนไก่ ป้องกันได้อย่างไร?
วิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงคือ การฉีดวัคซีน HPV
วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม รวมถึงสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิด
การฉีดวัคซีนสามารถมีประโยชน์แม้ผู้รับวัคซีนจะเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว เพราะอาจยังไม่เคยได้รับเชื้อ HPV ครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนป้องกันได้
นอกจากวัคซีนแล้ว การป้องกันยังทำได้โดย
- ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง
- ลดจำนวนคู่นอน
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีหูดหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ
- ไม่สัมผัสหรือแกะรอยโรคโดยไม่จำเป็น
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามความเสี่ยง
👉🌈ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV หรือไม่?
ผู้ชายสามารถรับวัคซีน HPV ได้ และวัคซีนมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงจาก HPV บางสายพันธุ์
นอกจากช่วยป้องกันหูดหงอนไก่แล้ว วัคซีน HPV ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด ช่วงอายุและจำนวนเข็มที่แนะนำอาจแตกต่างกันตามอายุและแนวทางของแต่ละประเทศ รวมถึงประวัติการได้รับวัคซีนเดิม ดังนั้น หากต้องการฉีดวัคซีน HPV ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินตารางวัคซีนที่เหมาะสม
❌😮💨ถ้ามีหูดหงอนไก่ ควรมีเพศสัมพันธ์หรือไม่?
หากพบหูดหงอนไก่หรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อ HPV ควรปรึกษาแพทย์ และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะที่มีรอยโรคที่มองเห็นได้ เนื่องจาก HPV สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้
ถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด
หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหูดหงอนไก่ ควรพูดคุยกับคู่นอนเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการป้องกันและวัคซีน HPV
👉💖หูดหงอนไก่กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?
= สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้
แม้จะกำจัดหูดที่มองเห็นออกแล้ว แต่หูดอาจกลับมาอีกได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการรักษา
การกลับมาเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่าการรักษาครั้งแรก “ไม่ได้ผล” เสมอไป เพราะการรักษามุ่งกำจัดรอยโรคที่มองเห็น ขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันต้องใช้เวลาในการควบคุมเชื้อ HPV หากมีหูดกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาเพิ่มเติม
➡️ 🌈HPV กับหูดหงอนไก่ เหมือนกันไหม?
— ตารางสรุป —
| หัวข้อ | HPV | หูดหงอนไก่ |
|---|---|---|
| คืออะไร | เชื้อไวรัส | รอยโรคบนผิวหนัง/เยื่อบุ |
| ชื่อเต็ม | Human Papillomavirus | Genital Warts |
| สาเหตุ | เกิดจากการติดเชื้อ HPV | ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 6 และ 11 |
| มีอาการเสมอไหม | ไม่ | ไม่เสมอไป |
| มีตุ่มหรือไม่ | อาจไม่มี | มักมีตุ่มหรือก้อนนูน |
| ติดต่อได้ไหม | ได้ | เชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดหูดสามารถแพร่ได้ |
| เป็นมะเร็งหรือไม่ | HPV บางสายพันธุ์เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง | หูดส่วนใหญ่เกิดจาก HPV ความเสี่ยงต่ำ |
| รักษาอย่างไร | ร่างกายสามารถควบคุมเชื้อได้ในหลายกรณี | รักษารอยโรคด้วยวิธีต่าง ๆ |
| ป้องกันได้ไหม | วัคซีนช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่ครอบคลุม | วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงหูดจากสายพันธุ์ที่ครอบคลุม |
👉💖เมื่อมีตุ่มที่อวัยวะเพศ ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?
ควรพบแพทย์หากมีตุ่มหรือรอยโรคที่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ตุ่มเพิ่มจำนวน
- ตุ่มโตขึ้น
- ผิวตุ่มขรุขระ
- ตุ่มรวมกันเป็นกลุ่ม
- มีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ
- มีเลือดออก
- มีแผลร่วมด้วย
- มีอาการเจ็บหรือแสบ
- มีอาการคันมาก
- มีหนอง
- มีตุ่มหรือแผลรอบทวารหนัก
- เกิดหลังมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
นอกจากนี้ หากตุ่มไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำ ก็ควรได้รับการตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นหูดหงอนไก่จริงหรือเป็นรอยโรคจากสาเหตุอื่น
🌸สรุป HPV กับหูดหงอนไก่เหมือนกันไหม?
HPV กับหูดหงอนไก่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
HPV คือเชื้อไวรัส Human Papillomavirus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ และสามารถทำให้เกิดโรคหรือรอยโรคได้หลายรูปแบบ
ส่วน หูดหงอนไก่คือรอยโรคที่เกิดจาก HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ HPV 6 และ HPV 11 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำและเป็นสาเหตุสำคัญของหูดบริเวณอวัยวะเพศ
การติด HPV ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีหูด เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ ในทางกลับกัน ตุ่มที่อวัยวะเพศก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นหูดหงอนไก่ทุกครั้ง เพราะมีภาวะอื่นที่ทำให้เกิดตุ่มคล้ายกันได้
สำหรับ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งบางชนิดมากกว่า แต่ การติด HPV ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็ง เพราะการติดเชื้อจำนวนมากสามารถถูกระบบภูมิคุ้มกันควบคุมได้
หากพบตุ่มบริเวณอวัยวะเพศและไม่แน่ใจว่าเป็น HPV หูดหงอนไก่ PPP เริม หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น ไม่ควรบีบ แกะ หรือซื้อยามาทาเอง การตรวจโดยแพทย์จะช่วยแยกสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้
การป้องกันที่สำคัญ ได้แก่ วัคซีน HPV การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางเพศเมื่อมีหูดหรือรอยโรคผิดปกติ
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ

