Skip to content
Home » บทความ » ทำไมการช่วยตัวเองบ่อยเกินไปทำให้เป็นหนองใน?!!

ทำไมการช่วยตัวเองบ่อยเกินไปทำให้เป็นหนองใน?!!

💗หลายคนที่มีอาการ แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบ หรือรู้สึกระคายเคืองหลังช่วยตัวเอง มักเกิดความกังวลว่า .. ➡️➡️

⚠️🧬“ช่วยตัวเองบ่อยเกินไปจนเป็น หนองใน หรือเปล่า?”

หรือ

⚠️🧬ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลย แต่ช่วยตัวเองทุกวัน ทำไมถึงมีอาการคล้าย หนองใน ?”

คำตอบที่สำคัญคือ

การช่วยตัวเองบ่อยไม่ได้ทำให้เกิดโรคหนองในโดยตรง

เนื่องจากโรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งต้องได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิดอาการหลายอย่างที่คล้าย หนองใน เช่น แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ หรือระคายเคืองบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าตนเองติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่าการช่วยตัวเองเกี่ยวข้องกับอาการเหล่านี้อย่างไร และเมื่อใดที่ควรสงสัยโรคหนองในจริง ๆ


💡หนองในคืออะไร?

หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้อจะเข้าไปเกาะและเพิ่มจำนวนที่เยื่อบุของระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์

ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่

  • ท่อปัสสาวะ
  • ปากมดลูก
  • ทวารหนัก
  • คอหอย
  • เยื่อบุตา

เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้นจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดอาการต่าง ๆ ตามมา


🔎หนองในติดต่อได้อย่างไร?

ช่องทางหลักของการติดเชื้อ ได้แก่

เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด

เพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

Oral Sex

การสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ

การติดจากแม่สู่ลูกขณะคลอด

สิ่งสำคัญคือ

หนองในต้องมีการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ไม่สามารถเกิดขึ้นเองจากการช่วยตัวเองได้


🔎การช่วยตัวเองทำให้เป็นหนองในได้ไหม?

คำตอบคือ

ไม่ทำให้เกิดหนองใน

หากไม่มีการได้รับเชื้อหนองในจากภายนอก

การช่วยตัวเองไม่ว่าจะ

  • วันละ 1 ครั้ง
  • วันละ 2 ครั้ง
  • หลายครั้งต่อวัน

ก็ไม่สามารถสร้างเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ขึ้นมาเองในร่างกายได้

ดังนั้นในทางการแพทย์ การช่วยตัวเองไม่ใช่สาเหตุของโรคหนองใน


🔎แล้วทำไมหลายคนช่วยตัวเองแล้วมีอาการคล้ายหนองใน?

นี่คือจุดที่ทำให้เกิดความสับสน แม้จะไม่ได้ทำให้เกิดหนองใน แต่การช่วยตัวเองบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิด

  • การระคายเคือง
  • การอักเสบเล็กน้อย
  • การเสียดสีของเยื่อบุ

ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการคล้ายโรคหนองในได้


👉กลไกการเกิดอาการระคายเคืองจากการช่วยตัวเอง

1. การเสียดสีซ้ำ ๆ

ขณะช่วยตัวเอง ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปลายอวัยวะเพศจะถูกเสียดสี หากเกิดบ่อยเกินไป

อาจทำให้

  • ผิวหนังแดง
  • เยื่อบุบวม
  • เกิดการอักเสบเล็กน้อย

2. ปลายประสาทถูกกระตุ้น

การเสียดสีต่อเนื่อง ทำให้ปลายประสาทรับความรู้สึกไวมากขึ้น

จึงเกิดอาการ

  • แสบ
  • คัน
  • ระคายเคือง

ได้แม้ไม่มีการติดเชื้อ


3. เยื่อบุท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบ

ในบางราย แรงเสียดสีอาจส่งผลถึงบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ

ทำให้เกิด

  • แสบขณะปัสสาวะ
  • ระคายเคืองหลังปัสสาวะ

ซึ่งคล้ายอาการของหนองใน


4. ผิวหนังแห้งและแตก

การช่วยตัวเองโดยไม่มีสารหล่อลื่น

อาจทำให้

  • ผิวแห้ง
  • ลอก
  • แดง
  • แสบ

ได้เช่นกัน


✅อาการที่เกิดจากการช่วยตัวเองบ่อย

แสบปลายอวัยวะเพศ

คันบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ

ระคายเคืองหลังหลั่ง

แสบเล็กน้อยขณะปัสสาวะ

ผิวหนังแดง

หนังหุ้มปลายบวมเล็กน้อย

รู้สึกตึงหรือเจ็บหลังช่วยตัวเอง


✅อาการแบบไหนที่ไม่ใช่ผลจากการช่วยตัวเอง?

ควรสงสัยการติดเชื้อหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่า

🐝มีหนองไหล

🎈มีตกขาวผิดปกติ

🐝ปัสสาวะแสบมาก

🎈มีเลือดออก

🐝ปวดอัณฑะ

🎈มีไข้

🐝มีแผลหรือตุ่ม

🎈อาการไม่ดีขึ้นหลายวัน


ความแตกต่าง ระหว่างอาการจาก การช่วยตัวเอง กับ หนองใน

อาการช่วยตัวเองบ่อยหนองใน
แสบปลายอวัยวะเพศพบได้พบได้
คันพบได้พบได้
หนองไหลไม่ค่อยพบพบบ่อย
ปัสสาวะแสบพบได้เล็กน้อยพบบ่อย
มีไข้ไม่พบอาจพบ
ประวัติเสี่ยงทางเพศไม่มีมักมี

🌱ช่วยตัวเองทุกวัน อันตรายไหม?

โดยทั่วไป “ไม่ถือว่าเป็นอันตราย”

หากไม่ส่งผลต่อ

  • การใช้ชีวิต
  • การทำงาน
  • สุขภาพจิต
  • ความสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเกิดการระคายเคืองเฉพาะที่


🌱ช่วยตัวเองวันละหลายครั้ง ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบไหม?

คำตอบคือ “อาจทำให้เกิดได้” ในบางรายอาจทำให้เกิด Non-infectious Urethritis

หรือท่อปัสสาวะอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ส่งผลให้เกิด …

  • แสบ
  • คัน
  • ระคายเคือง

แต่ไม่ใช่โรคหนองใน ข้อมูลเพิ่มเติม ➡️ บทความท่อปัสสาวะอักเสบ


🌱ช่วยตัวเองแล้วมีน้ำใสไหล เป็นหนองในไหม?

ไม่จำเป็น น้ำใสอาจเป็น : สารหล่อลื่นตามธรรมชาติ น้ำอสุจิที่ตกค้าง สารคัดหลั่งจากต่อมคาวเปอร์

แต่หากมีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ควรตรวจเพิ่มเติม


🌱ช่วยตัวเองแล้วปัสสาวะแสบ เป็นหนองในไหม?

อาจเกิดจาก

แต่หากอาการไม่หาย

หรือมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์

ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์


🌱ช่วยตัวเองแล้วมีหนองไหล ควรกังวลไหม?

ควรกังวล เพราะการช่วยตัวเองเองไม่ได้ทำให้เกิดหนอง

หากมี

  • หนองสีขาว
  • หนองสีเหลือง
  • หนองสีเขียว

ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหา

  • หนองใน
  • หนองในเทียม
  • ท่อปัสสาวะอักเสบจากเชื้อ

🌱ถ้าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลย จะเป็นหนองในได้ไหม?

โอกาสต่ำมาก เพราะหนองในเป็นโรคที่ต้องได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อ

ดังนั้นหากไม่มีประวัติความเสี่ยง อาการที่เกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับ

  • การระคายเคือง
  • การอักเสบ
  • โรคผิวหนัง
  • ภาวะอื่น ๆ

🌱เมื่อใดควรตรวจหนองใน?

ควรตรวจหากมี

  • มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
  • คู่นอนใหม่
  • Oral Sex
  • มีหนองไหล
  • ปัสสาวะแสบ
  • คันในท่อปัสสาวะ
  • คู่นอนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วิธีตรวจหนองใน

ปัจจุบันนิยมใช้

📍”NAAT”

👉เป็นการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ มีความแม่นยำสูง

👉สามารถตรวจจาก

  • ปัสสาวะ
  • ท่อปัสสาวะ
  • คอหอย
  • ทวารหนัก

👉หนองในรักษาหายไหม?

คำตอบคือ

รักษาหายได้

หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมด้วยยาปฏิชีวนะตามแนวทางมาตรฐาน


👉วิธีลดการระคายเคืองจากการช่วยตัวเอง

ใช้สารหล่อลื่น

ช่วยลดแรงเสียดสี


หลีกเลี่ยงการใช้แรงมากเกินไป


พักหากมีอาการเจ็บหรือแสบ


ดื่มน้ำให้เพียงพอ


รักษาความสะอาดอวัยวะเพศ


หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง

เช่น

  • สบู่แรง ๆ
  • เจลที่มีน้ำหอม

🩺คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ช่วยตัวเองทุกวันทำให้เป็นหนองในไหม?

ไม่ทำให้เกิดหนองใน หากไม่ได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อ


ช่วยตัวเองแล้วแสบปลายอวัยวะเพศ เป็นหนองในไหม?

อาจเป็นเพียงการระคายเคืองจากการเสียดสี แต่หากมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ควรตรวจเพิ่มเติม


ช่วยตัวเองบ่อยทำให้มีหนองได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดหนอง หากมีหนองควรสงสัยการติดเชื้อ


ช่วยตัวเองจนท่อปัสสาวะอักเสบได้ไหม?

เกิดได้ในบางรายจากการระคายเคือง แต่ไม่ใช่หนองใน


ไม่มีเพศสัมพันธ์ แต่แสบปลายอวัยวะเพศ เกิดจากอะไร?

อาจเกิดจากการเสียดสี ผิวหนังอักเสบ เชื้อรา หรือการระคายเคืองจากสารเคมี


✨สรุป

คำถามที่ว่า “ทำไมการช่วยตัวเองบ่อยเกินไปทำให้เป็นหนองใน?” แท้จริงแล้วเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ การช่วยตัวเองไม่สามารถทำให้เกิดโรคหนองในได้เอง เนื่องจากหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ต้องได้รับเชื้อ Neisseria gonorrhoeae จากผู้ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองบ่อยหรือรุนแรงเกินไปสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายหนองในได้ เช่น แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ ระคายเคือง หรือปัสสาวะแสบ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าติดโรค

หากอาการเกิดขึ้นชั่วคราวและสัมพันธ์กับการเสียดสี มักดีขึ้นได้เองเมื่อพักการกระตุ้น แต่หากมีหนองไหล ปัสสาวะแสบมาก มีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรืออาการไม่หายภายในไม่กี่วัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ