Skip to content
Home » บทความ » แฟนมีตกขาวเหม็นมาก จะติดเชื้อไหม เป็นหนองในหรือเปล่า?

แฟนมีตกขาวเหม็นมาก จะติดเชื้อไหม เป็นหนองในหรือเปล่า?

แฟนมีตกขาวเหม็นมาก จะติดเชื้อไหม เป็นหนองในหรือเปล่า? เป็นคำถามที่ผู้ชายหลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อสังเกตว่าแฟนมีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นคาวปลา กลิ่นเหม็นแรง หรือมีตกขาวสีเหลืองและเขียว แล้วเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ความกังวลสำคัญคือกลิ่นที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ และมีโอกาสแพร่เชื้อมาถึงคู่นอนได้มากแค่ไหน

ตกขาวเหม็นไม่ได้หมายความว่าแฟนเป็นหนองในเสมอไป อาจเกิดจากภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล (Bacterial Vaginosis หรือ BV) พยาธิในช่องคลอด หนองในเทียม หรือการติดเชื้อชนิดอื่น ซึ่งแต่ละสาเหตุมีวิธีรักษาแตกต่างกัน การสังเกตกลิ่น สี หรือปริมาณตกขาวเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถยืนยันโรคได้

บทความนี้จะตอบข้อสงสัยว่า หากแฟนมีตกขาวเหม็นมากแล้วมีเพศสัมพันธ์ด้วย จะเสี่ยงติดหนองในหรือไม่ อาการแบบไหนที่ควรระวัง ควรตรวจหาเชื้ออะไร และหากยังไม่มีอาการจำเป็นต้องไปตรวจหรือไม่ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพทางเพศของทั้งสองคนได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำ

ถาม–ตอบ: แฟนมีตกขาวเหม็นมาก จะติดเชื้อไหม?

ถาม: แฟนมีตกขาวเหม็นมาก ถ้ามีเพศสัมพันธ์ด้วยจะติดเชื้อไหม?

ตอบ: มีโอกาสติดเชื้อได้ หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันหรือใส่ถุงยาง หรือมีการทำ ORAL SEX ก็อาจเสี่ยงตืดเชื้อในช่องคอหรือตาได้ โดยเฉพาะหากเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในหรือหนองในเทียม แต่ตกขาวมีกลิ่นเหม็นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป

ถาม: แฟนมีตกขาวเหม็นมาก เป็นหนองในหรือเปล่า?

ตอบ: เป็นไปได้ แต่ไม่สามารถวินิจฉัยจากกลิ่นเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่พบบ่อยในตกขาวที่มีกลิ่นเหม็น ได้แก่ ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล (Bacterial Vaginosis หรือ BV) ส่วนหนองในและหนองในเทียมก็อาจทำให้ตกขาวผิดปกติได้เช่นกัน จำเป็นต้องตรวจเพื่อแยกสาเหตุ

ถาม: ถ้าตกขาวมีกลิ่นคาวปลา เป็นหนองในไหม?

ตอบ: อาจเป็นไปได้ กลิ่นคาวปลาพบได้บ่อยในภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล (BV) โดยเฉพาะเมื่อกลิ่นชัดหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่สามารถใช้กลิ่นแยกโรคได้แน่นอน เพราะการติดเชื้ออื่นก็อาจทำให้ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติได้

ถาม: ถ้าแฟนเป็นหนองใน แต่ไม่มีอาการ เราจะติดไหม?

ตอบ: มีโอกาสติดเชื้อได้ แม้ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการก็ตาม หนองในสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปากได้ การไม่มีอาการจึงไม่ได้ยืนยันว่าปลอดเชื้อ

ถาม: ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนที่ตกขาวเหม็นโดยไม่ใส่ถุงยาง ต้องทำอย่างไร?

ตอบ: ควรงดมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราวจนกว่าจะทราบสาเหตุ และแนะนำให้แฟนไปตรวจและรักษาจนหาย หากสงสัยว่าเป็นหนองในหรือหนองในเทียม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินการตรวจและรักษาคู่นอน ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง

ถาม: ถ้าแฟนมีตกขาวเหม็น แต่เราไม่มีอาการ ต้องตรวจไหม?

ตอบ: ควรพิจารณาตรวจหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง มีคู่นอนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะหนองในและหนองในเทียมอาจไม่ทำให้เกิดอาการในผู้ชายได้

ตกขาวเหม็นมากเกิดจากอะไรได้บ้าง?

ตกขาวเป็นสารคัดหลั่งตามธรรมชาติของช่องคลอด แต่หากมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีกลิ่นเหม็นแรง สีเหลืองหรือเขียว ปริมาณมากขึ้น หรือมีอาการคันและแสบ อาจบ่งบอกถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อได้

สาเหตุสำคัญที่ควรแยกให้ชัดมีดังนี้

BV เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของตกขาวผิดปกติ เกิดจากความสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบเดียวกับหนองใน แต่มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางเพศในบางกรณี

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • ตกขาวสีขาวหรือเทา
  • มีกลิ่นคาวปลา โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์
  • อาจมีตกขาวมากขึ้น
  • บางรายไม่มีอาการคันหรือแสบเลย

หากแฟนมีอาการลักษณะนี้ อาจเป็น BV ได้ แต่ไม่ควรสรุปเองจากกลิ่นเพียงอย่างเดียว เพราะอาการบางส่วนคล้ายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หนองในเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก

ในผู้หญิง หนองในอาจทำให้มีอาการ เช่น

  • ตกขาวเพิ่มขึ้นหรือมีลักษณะคล้ายหนอง
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • เลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดท้องน้อยในบางราย

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการชัดเจน และตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นไม่ใช่อาการจำเพาะของหนองใน หากมีความเสี่ยงควรตรวจหาเชื้อแทนการคาดเดาจากลักษณะตกขาว

หนองในเทียมเกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis สามารถทำให้ปากมดลูกอักเสบและเกิดตกขาวผิดปกติได้ บางรายมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะแสบขัด แต่หลายคนไม่มีอาการ

โรคนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และสามารถเกิดร่วมกับหนองในได้ จึงอาจต้องตรวจทั้งสองโรคตามประวัติความเสี่ยง

การติดเชื้อ Trichomonas vaginalis เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง อาจทำให้ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ สีเหลืองอมเขียว มีฟอง คัน หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

อาการอาจคล้าย BV หรือหนองใน จึงไม่สามารถแยกโรคได้จากกลิ่นหรือสีของตกขาวเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบ: ตกขาวเหม็นจาก BV กับหนองใน

ลักษณะBVหนองใน
สาเหตุแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุลเชื้อ N. gonorrhoeae
กลิ่นมักมีกลิ่นคาวปลาอาจมีกลิ่นผิดปกติ แต่ไม่จำเพาะ
ลักษณะตกขาวมักสีขาวหรือเทาอาจมีตกขาวเพิ่มขึ้นหรือคล้ายหนอง
อาการอื่นอาจไม่มีอาการคันอาจปัสสาวะแสบขัด เลือดออกผิดปกติ หรือปวดท้องน้อย
ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่จัดเป็น STI แบบเดียวกับหนองในติดต่อทางเพศสัมพันธ์
วิธีแยกโรคตรวจและประเมินตกขาวตรวจหาเชื้อ เช่น NAAT

**ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางทำความเข้าใจเท่านั้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคด้วยตนเองได้ เพราะอาการอาจทับซ้อนกัน และบางคนมีการติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน

ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนที่ตกขาวเหม็น จะติดหนองในไหม?

คำตอบคือ มีโอกาส หากแฟนติดเชื้อหนองในจริง

หากแฟนมีเชื้อหนองใน เชื้อสามารถเข้าสู่เยื่อบุท่อปัสสาวะ อวัยวะเพศ ลำคอ หรือทวารหนักได้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ การไม่หลั่งน้ำอสุจิไม่ได้ทำให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ

แม้ใช้ถุงยางอนามัยก็ยังมีความเสี่ยงหากใช้อย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ครอบคลุมการสัมผัสทั้งหมด แต่การใช้ถุงยางอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงได้

หากตกขาวเกิดจาก BV เพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าคู่นอนชายจะติดหนองในจาก BV โดยตรง อย่างไรก็ตาม อาการตกขาวเหม็นอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย จึงควรตรวจให้แน่ชัดก่อนสรุป

ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนที่เป็น BV จะติดไหม? มีอาการอย่างไร?

คำตอบคือ อาจติดได้ แต่ในผู้ชายมักไม่มีอาการอะไร หากไม่มีอาการก็ไม่ต้องรักษา

โดยทั่วไปมักไม่มีอาการเฉพาะจาก BV แต่หากมีอาการปัสสาวะแสบขัด คันหรือระคายเคืองอวัยวะเพศ หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น หนองในหรือหนองในเทียม เพราะอาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการจำเพาะของ BV

ควรตรวจอะไร หากสงสัยว่าแฟนเป็นหนองใน?

หากแฟนมีตกขาวผิดปกติและมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจตามอาการและประวัติ เช่น

  • ตรวจหนองในและหนองในเทียม: มักใช้การตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ (NAAT) จากตัวอย่างที่เหมาะสม เช่น ปัสสาวะหรือสิ่งส่งตรวจจากช่องคลอดหรือปากมดลูก
  • ตรวจหาสาเหตุของตกขาว: อาจตรวจเพื่อแยก BV เชื้อรา หรือพยาธิในช่องคลอด
  • ตรวจตามตำแหน่งที่สัมผัส: หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก อาจต้องเก็บตัวอย่างจากลำคอหรือทวารหนักด้วย

หากคู่นอนได้รับการยืนยันว่าเป็นหนองใน ควรแจ้งแพทย์ว่ามีเพศสัมพันธ์กันเมื่อใดและมีการสัมผัสทางใด เพื่อประเมินความจำเป็นในการรักษา แม้ยังไม่มีอาการก็ตาม

ระหว่างรอตรวจ ควรทำอย่างไร?

ควรงดมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราวจนกว่าจะได้รับการประเมิน โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าอาจเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อภายใน หรือซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจรบกวนสมดุลช่องคลอดและทำให้การรักษาไม่ตรงสาเหตุ

หากแฟนมีไข้ ปวดท้องน้อยมาก ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

สรุป: แฟนมีตกขาวเหม็นมาก จะติดเชื้อไหม เป็นหนองในหรือเปล่า?

แฟนมีตกขาวเหม็นมาก อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย BV หรือ หนองในแท้ หนองในเทียม พยาธิในช่องคลอด หรือสาเหตุอื่น จึงไม่สามารถใช้กลิ่นตัดสินว่าเป็นหนองในได้ แต่หากมีเพศสัมพันธ์กับแฟนที่ตกขาวมีกลิ่น หรือตกขาวมีสีเหลือง-เขียว โดยไม่ได้ใส่ถุงยาง ก็มีโอกาสรับเชื้อนั้นมาได้ แม้จะไม่มีอาการหรือไม่มีหนองออกมาก็ตาม

สิ่งที่ควรทำ คือ ให้แฟนตรวจหาสาเหตุของตกขาว และหากมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรให้ทั้งคู่รับการประเมินตามความเหมาะสม ไม่ควรซื้อยารักษาหนองในมากินเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาที่ใช้รักษาแบคทีเรีย BV และหนองในไม่เหมือนกัน

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1. แฟนตกขาวเหม็น แต่ไม่มีอาการคัน เป็นหนองในไหม?

เป็นไปได้ แต่ไม่สามารถยืนยันได้จากอาการนี้ อาจเป็น BV หรือการติดเชื้อชนิดอื่น ควรตรวจเพื่อแยกสาเหตุ

2. แฟนตกขาวเหม็นแล้วมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยาง จะติดเชื้อแน่นอนไหม?

ไม่แน่นอน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเป็นหนองในหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น อาจถ่ายทอดเชื้อได้

3. ถ้าแฟนเป็นหนองใน ผู้ชายต้องกินยาด้วยไหม?

ควรกินยารักษาทั้งคู่ ไม่ควรเลือกยาหรือขนาดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

4. ถ้าเราไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจหรือไม่?

ควรพิจารณาตรวจหากคู่นอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน หรือมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง เพราะหนองในอาจไม่มีอาการได้

5. ใช้ถุงยางอนามัยแล้วจะไม่ติดหนองในใช่ไหม?

ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้มากเมื่อใช้อย่างถูกต้อง แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ