Skip to content
Home » บทความ » Fosfomycin (ฟอสโฟมัยซิน) ยาปฏิชีวนะแบบโดสเดียว

Fosfomycin (ฟอสโฟมัยซิน) ยาปฏิชีวนะแบบโดสเดียว

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) ถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยที่สุดในประชากรทั่วไป โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทำงานหรือผู้สูงอายุ ความไม่สะดวกสบายที่เกิดจากอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะขุ่นนั้น ไม่เพียงแต่รบกวนชีวิตประจำวัน แต่ยังเสี่ยงต่อการลุกลามจนติดเชื้อที่ไตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง หนึ่งในทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพสูงในการรักษา UTI แบบไม่ซับซ้อนคือ Fosfomycin ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะในรูปแบบผงชงดื่ม ใช้เพียง โดสเดียว ก็สามารถรักษาอาการติดเชื้อได้ในหลายกรณี ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Fosfomycin ไม่ได้เป็นเพียงยาทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น แต่ยังเหมาะสำหรับการใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการลดความเสี่ยงการดื้อยาปฏิชีวนะ เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ที่ไม่เหมือนใคร และความสามารถในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็วภายในปัสสาวะ

ฟอสโฟมัยซิน เป็นยาปฏิชีวนะที่มีโครงสร้างแตกต่างจากยากลุ่มอื่น ๆ โดยอยู่ในกลุ่ม phosphonic acid derivatives ถูกค้นพบตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 แต่เพิ่งกลับมาได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากความสามารถในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาอื่น ๆ ได้ดี โดยเฉพาะเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะ

ยานี้มีชื่อทางการค้าที่รู้จักกันดี เช่น Monurol® ซึ่งมีตัวยา Fosfomycin trometamol เป็นผงสำหรับชงดื่ม ใช้งานสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการให้ผู้ป่วยได้รับยาครบตามโดสอย่างง่ายดายภายในครั้งเดียว


ฟอสโฟมัยซิน มีจุดเด่นที่กลไกการออกฤทธิ์เฉพาะตัว คือไปยับยั้งเอนไซม์ MurA (UDP-N-acetylglucosamine enolpyruvyl transferase) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างผนังเซลล์แบคทีเรีย เมื่อเอนไซม์นี้ถูกยับยั้ง แบคทีเรียจะไม่สามารถสร้างผนังเซลล์ได้ ส่งผลให้เซลล์อ่อนแอและแตกตัวในที่สุด

นอกจากนี้ฟอสโฟมัยซิน ยังมีความสามารถในการซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์แบคทีเรียได้ดี และยังไม่ค่อยมีการดื้อยาแบบไขว้ (cross-resistance) กับยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น จึงมีแนวโน้มว่าจะยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องในระยะยาวโดยไม่ถูกจำกัดด้วยปัญหาการดื้อยาอย่างรวดเร็ว


ฟอสโฟมัยซิน มีฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum) โดยครอบคลุมแบคทีเรียแกรมลบ และแกรมบวกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ได้แก่:

  • Escherichia coli (E. coli): เชื้อที่พบบ่อยที่สุดใน UTI
  • Enterococcus faecalis
  • Staphylococcus saprophyticus
  • Klebsiella pneumoniae (บางสายพันธุ์)
  • Proteus mirabilis
  • Citrobacter spp.

ในกรณีที่เชื้อดื้อต่อยา fluoroquinolones หรือ TMP-SMX, Fosfomycin อาจยังคงมีฤทธิ์ดีอยู่ ซึ่งทำให้ยานี้มีความสำคัญในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการดื้อยาหลายกลุ่ม (multi-drug resistant bacteria)


ฟอสโฟมัยซินได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีต่อไปนี้:

แม้ยานี้จะมีการศึกษาการใช้ในเพศชายและผู้สูงอายุ แต่การใช้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการรักษาด้วยฟอสโฟมัยซินในปัจจุบัน


  • ขนาดที่แนะนำ: 3 กรัม (1 ซอง) ผสมน้ำ 1 แก้วดื่มครั้งเดียว
  • เวลาในการรับประทาน: ควรรับประทานตอนท้องว่าง โดยเว้นจากมื้ออาหารอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง

หลังจากรับประทานยาไปแล้ว ยาจะถูกขับออกทางไตเข้าสู่ปัสสาวะ ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้นานถึง 36–48 ชั่วโมงจากโดสเดียว ถือเป็นจุดเด่นที่ยากลุ่มอื่นไม่สามารถทำได้


ฟอสโฟมัยซิน เป็นยาที่ปลอดภัยสูงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ แต่อาจเกิดผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น:

  • อาการไม่สบายท้อง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้
  • ปวดศีรษะ
  • ผื่นลมพิษ หรืออาการแพ้เล็กน้อย

ผลข้างเคียงที่รุนแรงพบได้น้อยมาก เช่น ภาวะภูมิแพ้เฉียบพลัน (anaphylaxis) หรือภาวะตับอักเสบชนิดแพ้ยา ซึ่งหากพบอาการผิดปกติควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที


  • หญิงตั้งครรภ์: สามารถใช้ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง: อาจต้องระวังการใช้หรือปรับขนาดยา
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ
  • ไม่แนะนำให้ใช้ฟอสโฟมัยซินซ้ำโดยไม่ตรวจเชื้อ เพราะอาจทำให้การดื้อยาสูงขึ้น

คุณสมบัติFosfomycinยาปฏิชีวนะอื่น
ใช้งานดื่มครั้งเดียวต้องกินวันละ 2–3 ครั้ง
การออกฤทธิ์อยู่ในปัสสาวะนาน 48 ชม.สั้นกว่า
ผลข้างเคียงน้อยมากกว่าในบางกลุ่ม
ดื้อยาต่ำดื้อยาสูง โดยเฉพาะ fluoroquinolones
ความสะดวกสูงต้องจำเวลากินยา

  • ในผู้หญิงที่มีอาการ UTI แบบไม่รุนแรง และไม่ต้องการกินยาหลายวัน
  • ในผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มอื่น เช่น sulfonamides หรือ beta-lactams
  • ในกรณีเชื้อดื้อยา
  • ใช้ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการ เช่น ต้องเดินทางไกล

อย่างไรก็ตาม การใช้ ฟอสโฟมัยซิน ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และไม่ควรหาซื้อมาใช้เองโดยไม่ได้รับการวินิจฉัย


แม้ ฟอสโฟมัยซิน จะเป็นทางออกที่ดีในการรักษา แต่การป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำถือว่าสำคัญไม่น้อยกว่าการรักษา:

  1. ดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 6–8 แก้ว
  2. ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์
  3. หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานเกินไป
  4. รักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ
  5. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี

เป็นยาปฏิชีวนะสมัยใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อนในผู้หญิงโดยเฉพาะ จุดเด่นของยาคือใช้เพียง โดสเดียว ก็สามารถควบคุมเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีแนวโน้มดื้อยาต่ำ

ด้วยกลไกเฉพาะตัวที่ต่างจากยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น ฟอสโฟมัยซินจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการดื้อยาปฏิชีวนะ แต่ทั้งนี้ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรซื้อยามาใช้เอง แอดไลน์เพื่อปรึกษาเภสัชกรเพิ่มเติม