Skip to content
Home » บทความ » รู้จัก ‘มะเร็งปอด’ และยีนส์กลายพันธุ์ EGFR

รู้จัก ‘มะเร็งปอด’ และยีนส์กลายพันธุ์ EGFR

มะเร็งปอด (Lung Cancer) คือหนึ่งในโรคมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดทั่วโลก โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้ เช่น การสูบบุหรี่ การได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ “ความผิดปกติทางพันธุกรรม” หรือ การกลายพันธุ์ของยีน ซึ่งหนึ่งในยีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปอด ชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer: NSCLC) คือยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor)
EGFR เป็นยีนที่ควบคุมการผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งบนพื้นผิวของเซลล์ ซึ่งมีหน้าที่รับสัญญาณจากภายนอกเซลล์เพื่อกระตุ้นการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยปกติแล้ว EGFR มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์และการรักษาความสมดุลของเซลล์ในร่างกาย
แต่เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ของ EGFR จะทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวอย่างผิดปกติและไม่มีการควบคุม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกลายเป็นเซลล์ มะเร็งปอด Low-Dose CT Scan (LDCT) – การตรวจภาพรังสีปริมาณรังสีต่ำเพื่อค้นหา มะเร็งปอด ในกลุ่มเสี่ยง แม้ว่า LDCT จะไม่สามารถระบุลักษณะของยีนกลายพันธุ์ได้โดยตรง แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นที่สำคัญ และสามารถนำไปสู่การตรวจระดับโมเลกุลอย่าง EGFR ต่อไป

มะเร็งปอด ชนิดที่เกี่ยวข้องกับ EGFR

มะเร็งปอดชนิดที่มักพบว่ามีการกลายพันธุ์ของ EGFR คือ มะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarcinoma) ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุดใน NSCLC โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่:

การกลายพันธุ์ของ EGFR พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วยในกลุ่มคนผิวขาว และสูงถึง 30-50% ในผู้ป่วยชาวเอเชีย

ชนิดของการกลายพันธุ์ใน EGFR – มะเร็งปอด

ชนิดที่พบบ่อยของการกลายพันธุ์ EGFR ได้แก่:


ความสำคัญของการตรวจหา EGFR Mutation – มะเร็งปอด

การตรวจหา EGFR Mutation มีความสำคัญอย่างมากในการวางแผนการรักษาแบบเจาะจง (Targeted Therapy) เนื่องจาก:

  • ผู้ป่วยที่มี EGFR mutation จะ ตอบสนองต่อยา TKIs (Tyrosine Kinase Inhibitors) ได้ดี เช่น Erlotinib, Gefitinib, Afatinib, Osimertinib
  • ลดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับการทำเคมีบำบัด
  • เพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

การรักษาแบบเจาะจงสำหรับผู้ป่วยที่มี EGFR Mutation

ยารักษาที่ใช้ได้ผลกับ EGFR Mutation – มะเร็งปอด

  1. First Generation TKIs
    • Erlotinib และ Gefitinib
    • ใช้รักษาผู้ป่วยที่มี Exon 19 deletion และ L858R
  2. Second Generation TKIs
    • Afatinib และ Dacomitinib
    • มีความแรงมากขึ้น แต่ก็มีผลข้างเคียงมากขึ้นด้วย
  3. Third Generation TKIs
    • Osimertinib
    • ใช้ได้ทั้งกับการกลายพันธุ์ปกติและการดื้อยาประเภท T790M
    • ขึ้นชื่อว่าเป็นยา TKIs ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบัน

การดื้อยาในผู้ป่วย EGFR Mutation – มะเร็งปอด

แม้ว่ายา TKIs จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจเกิด การดื้อยา (Resistance) เช่น:

  • T790M Mutation – เป็นสาเหตุของการดื้อยาในผู้ป่วยที่ใช้ TKIs รุ่นแรกและรุ่นที่สอง
  • การกลายพันธุ์ชนิดอื่น ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของเซลล์มะเร็ง เช่น การกลายเป็น Small Cell Lung Cancer

การเฝ้าระวังการดื้อยาผ่านการตรวจ Liquid Biopsy หรือ re-biopsy จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปรับแผนการรักษา

Low-Dose CT Scan คืออะไร?

Low-Dose Computed Tomography (LDCT) คือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการตรวจ CT ปกติหลายเท่า มีความไวสูงในการตรวจหาก้อนเนื้อหรือรอยโรคในปอดขนาดเล็กที่อาจเป็นมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะต้น

จุดเด่นของ LDCT:

  • ตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้ถึง 20–30%
  • ใช้เวลาตรวจน้อย (< 5 นาที)
  • ปลอดภัยแม้ใช้รังสี (เนื่องจากเป็น “low dose”)

กลุ่มเสี่ยงที่แนะนำให้ตรวจ LDCT

ตามคำแนะนำของหลายสมาคม (เช่น NCCN, USPSTF) กลุ่มคนที่ควรได้รับการตรวจ LDCT ได้แก่:

  • อายุระหว่าง 50–80 ปี
  • มีประวัติการสูบบุหรี่หนัก (≥ 20 pack-years)
  • ยังคงสูบบุหรี่ หรือเลิกสูบไม่เกิน 15 ปี
  • หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด (แม้ไม่สูบ)

การตรวจ LDCT กับการหายีน EGFR: ทำงานร่วมกันอย่างไร?

LDCT เป็น ขั้นตอนแรก ที่ช่วยตรวจพบก้อนเนื้อในปอด เมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะพิจารณา:

  • ตรวจเสริมด้วย CT ความละเอียดสูง (HRCT)
  • การเจาะชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อตรวจหาชนิดของเซลล์มะเร็ง
  • ตรวจทางพันธุกรรมเพื่อหาการกลายพันธุ์ของยีน เช่น EGFR, ALK, KRAS, ROS1, BRAF, MET ฯลฯ

กล่าวคือ: ..

ยีน EGFR กับมะเร็งปอด

EGFR Mutation:

การกลายพันธุ์ของ EGFR จะทำให้โปรตีนที่ควบคุมการเติบโตของเซลล์ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เซลล์เจริญเติบโตเร็วเกินและไม่หยุด ซึ่งเป็นรากฐานของมะเร็ง

ใครบ้างที่ควรตรวจ EGFR?

  • ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด NSCLC
  • โดยเฉพาะในคนเอเชีย ผู้หญิง และผู้ไม่สูบบุหรี่
  • การตรวจทำได้จากชิ้นเนื้อปอด หรือเลือด (liquid biopsy)

การตรวจ EGFR ทำให้:

  • สามารถเลือกใช้ยา TKIs ได้ (เช่น Osimertinib)
  • หลีกเลี่ยงเคมีบำบัดที่ไม่จำเป็น
  • ติดตามการดื้อยาได้

ประโยชน์ร่วมของ LDCT + การตรวจยีน

การใช้ LDCT + EGFR mutation testing จะได้ประโยชน์สูงสุดในระบบการแพทย์แบบแม่นยำ (Precision Medicine) โดย:

ขั้นตอนวัตถุประสงค์ผลลัพธ์
LDCTตรวจหาก้อนในปอดตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก
ชิ้นเนื้อ/เจาะปอดตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งชนิดใดแยกชนิด NSCLC
EGFR Mutationหายีนกลายพันธุ์รักษาแบบเฉพาะราย (targeted therapy)

การตรวจ Low-Dose CT Scan (LDCT) ช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง และเมื่อพบมะเร็งแล้ว การตรวจ EGFR mutation จะช่วยให้การรักษาเป็นแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ลดการใช้เคมีบำบัดที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรค

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรง โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE ด้านล่างได้เลยค่ะ