Skip to content
Home » บทความ » หนองในขึ้นตา คืออะไร?

หนองในขึ้นตา คืออะไร?

หนองในขึ้นตา หรือ Gonococcal conjunctivitis
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae บริเวณดวงตา โดยอาจเกิดได้ทั้งในผู้ใหญ่และทารกแรกเกิด แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะเชื้อหนองในสามารถทำให้เกิดการอักเสบของกระจกตา (cornea) อย่างรุนแรง และในกรณีที่ปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่กระจกตาเป็นแผล ทะลุ การสูญเสียการมองเห็น หรือรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้

หลายคนอาจสงสัยว่า หนองในขึ้นตาเกิดจากอะไร ติดต่อได้อย่างไร และถ้าเป็นหนองในที่อวัยวะเพศ เชื้อสามารถลามมาที่ตาได้หรือไม่? คำตอบคือ เชื้อ N. gonorrhoeae สามารถแพร่เข้าสู่ดวงตาได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ เช่น หนองหรือน้ำอสุจิ แล้วนำมือมาสัมผัสดวงตา รวมถึงอาจเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศโดยตรง

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ หนองในขึ้นตาคืออะไร อาการเป็นอย่างไร แตกต่างจากตาแดงทั่วไปหรือไม่ วิธีตรวจ การรักษา ภาวะแทรกซ้อน การป้องกัน และสิ่งที่ควรทำหากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อ


หนองในขึ้นตา คืออะไร?

หนองในขึ้นตาเป็นการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุตา (conjunctiva) จากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิด โรคหนองใน (Gonorrhea) บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก และคอ

เมื่อเชื้อเข้าสู่ดวงตา เชื้อสามารถเพิ่มจำนวนบริเวณเยื่อบุตาและทำให้เกิดการอักเสบอย่างมาก โดยลักษณะที่พบได้คือ ตาแดง บวม มีขี้ตาหรือหนองจำนวนมาก และอาจมีอาการเจ็บตา

สิ่งที่ทำให้หนองในขึ้นตามีความสำคัญแตกต่างจากเยื่อบุตาอักเสบทั่วไป คือเชื้อ N. gonorrhoeae สามารถทำลายกระจกตาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่ควรรอดูอาการเองหรือซื้อยาหยอดตามาใช้โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ

หนองในขึ้นตาถือเป็นภาวะที่ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน


🔬 หนองในขึ้นตา เกิดจากอะไร?

สาเหตุโดยตรงคือการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae

เชื้อชนิดนี้สามารถติดเชื้อบริเวณเยื่อบุหลายตำแหน่ง เช่น

ในกรณีหนองในขึ้นตา เชื้อมักเข้าสู่ดวงตาจากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีหนองในบริเวณอวัยวะเพศอาจสัมผัสสารคัดหลั่งด้วยมือ แล้วนำมือไปขยี้ตา ทำให้เชื้อเข้าสู่เยื่อบุตาได้

นอกจากนี้ การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อโดยตรงกับดวงตาก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน


👉 หนองในขึ้นตาติดต่อได้อย่างไร?

การติดเชื้อที่ตาไม่ได้หมายความว่าเชื้อหนองในจะต้องแพร่ผ่านทางดวงตาโดยตรงเสมอไป แต่สามารถเกิดจากการนำเชื้อจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง

1. สัมผัสสารคัดหลั่งแล้วขยี้ตา

เป็นกลไกหนึ่งที่สามารถทำให้เชื้อเข้าสู่ดวงตาได้

ตัวอย่างเช่น

สารคัดหลั่งที่มีเชื้อ → มือ → ดวงตา → เยื่อบุตาอักเสบ

ดังนั้นการล้างมือจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรักษาโรคหนองใน

2. สารคัดหลั่งสัมผัสดวงตาโดยตรง

หากสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อสัมผัสกับดวงตาโดยตรง เชื้อสามารถเข้าสู่เยื่อบุตาได้

3. การติดเชื้อในทารกแรกเกิด

ทารกสามารถติดเชื้อระหว่างคลอด หากมารดามีการติดเชื้อ N. gonorrhoeae บริเวณช่องคลอดและไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างเหมาะสม

ภาวะนี้เรียกว่า ophthalmia neonatorum และอาจมีความรุนแรงสูงหากเกิดจากเชื้อหนองใน


💥อาการหนองในขึ้นตาเป็นอย่างไร?

อาการมักมีความรุนแรงมากกว่าตาแดงจากไวรัสทั่วไป และอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • ตาแดงมาก
  • เยื่อบุตาบวม
  • เปลือกตาบวม
  • มีขี้ตาหรือหนองจำนวนมาก
  • มีหนองไหลออกจากตา
  • เจ็บตา
  • ระคายเคืองตา
  • แพ้แสง
  • น้ำตาไหล
  • มองเห็นไม่ชัด
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา

อาการสำคัญที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ มีหนองจำนวนมากร่วมกับตาแดงและปวดตา

หากมีอาการลักษณะนี้ โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรพบแพทย์โดยเร็ว


👉 หนองในขึ้นตา อันตรายไหม?

⚠️อันตรายได้ และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

เหตุผลสำคัญคือเชื้อ N. gonorrhoeae สามารถทำให้เกิดการอักเสบของกระจกตาอย่างรวดเร็ว

หากเชื้อแพร่เข้าสู่กระจกตา อาจเกิด

กระจกตาอักเสบ → กระจกตาเป็นแผล → กระจกตาทะลุ → สูญเสียการมองเห็น

ในกรณีรุนแรงอาจเกิดความเสียหายต่อดวงตาอย่างถาวรได้

ดังนั้น หากสงสัยว่าเป็นหนองในขึ้นตา ไม่ควรรักษาด้วยการรอดูอาการเอง


👉 หนองในขึ้นตาต่างจากตาแดงทั่วไปอย่างไร?

ตาแดงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ การระคายเคือง หรือการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ลักษณะบางอย่างอาจช่วยให้แพทย์สงสัยหนองในขึ้นตาได้ เช่น

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวได้

ผู้ที่มีตาแดงและหนองมากควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์


👉หนองในขึ้นตาเกี่ยวข้องกับหนองในที่อวัยวะเพศหรือไม่?

เกี่ยวข้องกันโดยตรงในแง่ของเชื้อที่เป็นสาเหตุ

ทั้งหนองในบริเวณอวัยวะเพศและหนองในขึ้นตาเกิดจาก Neisseria gonorrhoeae

แต่การมีหนองในที่อวัยวะเพศไม่ได้หมายความว่าเชื้อจะลามไปยังดวงตาเองเสมอไป

โดยทั่วไปการติดเชื้อที่ตาเกิดจากการที่เชื้อเข้าสู่ดวงตาผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ

ดังนั้น หากกำลังรักษาหนองในอยู่ ควรให้ความสำคัญกับการล้างมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตาหลังสัมผัสบริเวณที่อาจมีสารคัดหลั่ง


👉ถ้าเป็นหนองในแล้วตาแดง ต้องสงสัยหนองในขึ้นตาหรือไม่?

ควรแจ้งแพทย์และได้รับการประเมิน

โดยเฉพาะหากมีอาการ

  • ตาแดงอย่างรุนแรง
  • มีหนองมาก
  • ตาบวม
  • เจ็บตา
  • แพ้แสง
  • มองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • มีประวัติหนองใน
  • มีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
  • คู่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงตาแดงธรรมดา

ในผู้ที่มีโรคหนองในร่วมกับอาการทางตา แพทย์อาจพิจารณาตรวจหาเชื้อหนองในและเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม


👉การตรวจหนองในขึ้นตาทำอย่างไร?

แพทย์จะประเมินจากอาการ ตรวจดวงตา และอาจเก็บตัวอย่างจากเยื่อบุตาหรือสารคัดหลั่งเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ

การตรวจที่อาจใช้ ได้แก่

NAAT

Nucleic Acid Amplification Test (NAAT) เป็นวิธีตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ และเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถใช้ตรวจหา N. gonorrhoeae ได้

การเพาะเชื้อ

Culture อาจมีบทบาทสำคัญในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีที่สงสัยเชื้อดื้อยา หรือจำเป็นต้องตรวจความไวต่อยาปฏิชีวนะ

เนื่องจากปัญหาเชื้อหนองในดื้อยามีความสำคัญทางสาธารณสุข การเก็บตัวอย่างตรวจอย่างเหมาะสมจึงมีประโยชน์ในผู้ป่วยบางกลุ่ม


👉หนองในขึ้นตารักษาอย่างไร?

การรักษาหลักคือ ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อ Neisseria gonorrhoeae โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกยาและกำหนดขนาดยาตามแนวทางการรักษา สถานการณ์ทางคลินิก และปัจจัยของผู้ป่วย

สิ่งสำคัญคือ หนองในขึ้นตาไม่ควรรักษาด้วยการซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะ

  1. อาจใช้ยาไม่เหมาะสม
  2. เชื้ออาจมีการดื้อยา
  3. อาจทำให้การรักษาล่าช้า
  4. อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่กระจกตา
  5. อาจยังมีการติดเชื้อหนองในบริเวณอื่นร่วมด้วย

แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมตามลักษณะของโรคและภาวะแทรกซ้อน


👉ต้องหยอดยาฆ่าเชื้อที่ตาหรือไม่?

การรักษาหนองในขึ้นตาไม่ควรพึ่งพา ยาหยอดตาเพียงอย่างเดียว

เนื่องจากการติดเชื้อเกิดจาก N. gonorrhoeae ซึ่งอาจมีความรุนแรงและสามารถแพร่เข้าสู่กระจกตาได้ การรักษาจึงต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างเหมาะสม

ยาหยอดตาหรือการดูแลดวงตาอื่น ๆ อาจถูกใช้เป็นการรักษาร่วมตามดุลยพินิจของจักษุแพทย์หรือแพทย์ผู้ดูแล

ไม่ควรใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์เอง เพราะอาจทำให้อาการติดเชื้อบางชนิดรุนแรงขึ้นและทำให้การวินิจฉัยล่าช้า


👉หนองในขึ้นตาต้องไปโรงพยาบาลไหม?

หากสงสัยหนองในขึ้นตา ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

โดยเฉพาะหากมีอาการต่อไปนี้

  • มีหนองจำนวนมาก
  • ตาแดงมาก
  • เจ็บตา
  • ตาบวมมาก
  • มองเห็นไม่ชัด
  • แพ้แสง
  • มีประวัติหนองใน
  • มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หากมี ปวดตารุนแรงหรือการมองเห็นลดลง ควรถือเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน


👉หนองในขึ้นตาสามารถทำให้ตาบอดได้ไหม?

สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ในกรณีรุนแรง

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญเกิดจากการที่เชื้อทำลายกระจกตา

กระบวนการอาจเป็น

Neisseria gonorrhoeae → เยื่อบุตาอักเสบรุนแรง → กระจกตาอักเสบ → กระจกตาเป็นแผล → กระจกตาทะลุ → สูญเสียการมองเห็น

อย่างไรก็ตาม การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้


👉หนองในขึ้นตาในทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิดสามารถติดเชื้อหนองในบริเวณดวงตาระหว่างคลอดได้ หากมารดามีการติดเชื้อ N. gonorrhoeae

ภาวะนี้เรียกว่า gonococcal ophthalmia neonatorum

อาการอาจประกอบด้วย

  • เปลือกตาบวมมาก
  • ตาแดง
  • มีหนองจำนวนมาก
  • เยื่อบุตาบวม
  • อาจมีการทำลายกระจกตา

ภาวะนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการติดเชื้ออาจดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

หากทารกแรกเกิดมีตาบวมแดงและมีหนองมาก ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที


👉หนองในขึ้นตาป้องกันได้อย่างไร?

การป้องกันเน้นทั้งการป้องกันโรคหนองในและการป้องกันไม่ให้สารคัดหลั่งที่มีเชื้อเข้าสู่ดวงตา

1. ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง

ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงหนองใน แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

2. ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ผู้ที่มีความเสี่ยงควรพิจารณาตรวจ STI ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

3. รักษาหนองในให้ครบถ้วน

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน ควรได้รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการงดเพศสัมพันธ์และการตรวจหรือรักษาคู่นอน

4. ล้างมือ

โดยเฉพาะหลังสัมผัสอวัยวะเพศหรือสารคัดหลั่ง

5. ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน

ไม่ควรใช้สิ่งของส่วนตัวที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งร่วมกับผู้อื่น


👉ถ้าเป็นหนองใน ควรขยี้ตาไหม?

ไม่ควร

การขยี้ตาอาจเพิ่มโอกาสนำเชื้อเข้าสู่ดวงตา รวมถึงทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้เยื่อบุตาได้รับบาดเจ็บ

หากต้องสัมผัสบริเวณใบหน้าหรือดวงตา ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดก่อน

หากมีอาการผิดปกติของดวงตา ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาหยอดตามาใช้เองจนกว่าจะได้รับการประเมิน


👉หนองในขึ้นตาเป็นเหมือนหนองในเทียมหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

หนองในแท้ เกิดจาก Neisseria gonorrhoeae

ส่วน หนองในเทียม เป็นคำที่มักใช้เรียกโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อหนองในแท้ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ Chlamydia trachomatis

เชื้อทั้งสองชนิดอาจทำให้เกิดอาการบริเวณอวัยวะเพศคล้ายกัน แต่การวินิจฉัยและการรักษาแตกต่างกัน

ดังนั้นการมีตาแดงและหนองไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหนองในเสมอไป แพทย์อาจต้องแยกโรคจากสาเหตุอื่นด้วย


👉หนองในขึ้นตาแตกต่างจาก Chlamydial conjunctivitis อย่างไร?

เชื้อ Chlamydia trachomatis ก็สามารถทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม gonococcal conjunctivitis มีความกังวลเป็นพิเศษเนื่องจากสามารถทำลายกระจกตาได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นผู้ที่มีตาแดงร่วมกับหนองจำนวนมากควรได้รับการตรวจเพื่อแยกสาเหตุ ไม่ควรใช้ลักษณะของขี้ตาเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัย


👉ถ้าหนองในขึ้นตาแล้ว ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?

ในช่วงที่กำลังรักษาโรคหนองใน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะพ้นช่วงที่แนะนำ และควรให้คู่นอนได้รับการประเมินหรือรักษาตามความเหมาะสม

เหตุผลคือ แม้ดวงตาจะเป็นตำแหน่งที่เกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ผู้ป่วยอาจยังมีการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศ คอ หรือทวารหนักร่วมด้วย

การมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อหรือการติดเชื้อซ้ำ


👉คู่นอนของผู้ที่เป็นหนองในขึ้นตาต้องตรวจหรือไม่?

หากหนองในขึ้นตาเกิดจาก N. gonorrhoeae ผู้ป่วยควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับการประเมินและการจัดการคู่นอน

คู่นอนที่มีความเสี่ยงอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจและ/หรือรักษาตามแนวทาง แม้ยังไม่มีอาการ เพราะโรคหนองในสามารถไม่มีอาการในบางคนได้

การรักษาเฉพาะผู้ป่วยเพียงคนเดียวโดยไม่จัดการเรื่องคู่นอน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ


👉หนองในขึ้นตาหายขาดไหม?

อย่างไรก็ตาม การรักษาเร็วมีความสำคัญมาก เพราะความเสียหายที่เกิดกับกระจกตาในกรณีรุนแรงอาจทิ้งผลกระทบต่อการมองเห็นได้

ดังนั้นคำว่า “รักษาหาย” ควรแยกเป็นสองประเด็น

กำจัดเชื้อได้: โดยทั่วไปสามารถรักษาการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

ความเสียหายของดวงตา: หากเกิดแผลหรือแผลเป็นที่กระจกตาแล้ว อาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม และผลต่อการมองเห็นอาจไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมดในบางราย


👉หลังรักษาหนองในขึ้นตา ต้องติดตามอะไรบ้าง?

แพทย์อาจติดตาม

  • อาการตาแดง
  • ปริมาณหนอง
  • อาการปวด
  • การบวมของเยื่อบุตา
  • สภาพกระจกตา
  • การมองเห็น
  • ผลตรวจหาเชื้อ
  • การติดเชื้อบริเวณอื่น
  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ

หากรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแย่ลง เช่น ปวดตามากขึ้น มองเห็นลดลง หรือแพ้แสงมากขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์ทันที


🔥สรุป หนองในขึ้นตาคืออะไร?

หนองในขึ้นตา (Gonococcal conjunctivitis) คือการติดเชื้อเยื่อบุตาจากแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ก่อโรคหนองในบริเวณอวัยวะเพศ

อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ตาแดงมาก เปลือกตาบวม มีหนองจำนวนมาก เจ็บตา แพ้แสง และมองเห็นผิดปกติ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หนองในขึ้นตา ไม่ใช่เพียงอาการตาแดงธรรมดาที่ควรรอดูอาการ เพราะเชื้อสามารถทำให้กระจกตาอักเสบและเกิดแผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจส่งผลต่อการมองเห็นอย่างถาวร

หากสงสัยว่าหนองในขึ้นตา ควรพบแพทย์หรือจักษุแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินดวงตาและตรวจหาเชื้อ รวมถึงประเมินโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บริเวณอื่นตามความเหมาะสม

การรักษาที่รวดเร็ว การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม การจัดการคู่นอน และการป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการลดภาวะแทรกซ้อนและการแพร่กระจายของโรค


🔥ตารางสรุปหนองในขึ้นตา🔥

หัวข้อรายละเอียด
ชื่อโรคGonococcal conjunctivitis
เชื้อสาเหตุNeisseria gonorrhoeae
ตำแหน่งติดเชื้อเยื่อบุตาและอาจลุกลามถึงกระจกตา
อาการสำคัญตาแดง บวม มีหนอง เจ็บตา
การติดต่อสารคัดหลั่งที่มีเชื้อเข้าสู่ดวงตา
ความรุนแรงอาจรุนแรงและทำลายกระจกตาได้
การตรวจตรวจตาและเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อตามความเหมาะสม
การรักษายาปฏิชีวนะตามแพทย์และแนวทางการรักษา
สิ่งที่ไม่ควรทำซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยอดตาใช้เอง
การป้องกันป้องกัน STI ล้างมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาหลังสัมผัสสารคัดหลั่ง

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ