Skip to content
Home » บทความ » โรคหูน้ำหนวก คืออะไร อันตรายแค่ไหน

โรคหูน้ำหนวก คืออะไร อันตรายแค่ไหน

โรคหูน้ำหนวก (Otitis Media with Effusion หรือ Chronic Suppurative Otitis Media ตามความรุนแรงและลักษณะของโรค) เป็นหนึ่งในโรคระบบหูที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อและการอักเสบของหูชั้นกลาง ส่งผลให้มีหนองหรือของเหลวสะสมอยู่ภายในโพรงหู อาการที่พบบ่อยคือมีน้ำไหลออกจากหู เจ็บหู ได้ยินไม่ชัด หรือบางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย

หลายคนอาจคิดว่าโรคหูน้ำหนวกไม่ร้ายแรง เพราะดูเหมือนแค่น้ำไหลจากหู แต่ในความเป็นจริง โรคนี้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ เช่น การสูญเสียการได้ยินถาวร การอักเสบลุกลามไปสู่สมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นโรคหูน้ำหนวกจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม

โรคหูน้ำหนวก คืออะไร

โรคหูน้ำหนวก คือ ภาวะการอักเสบของหูชั้นกลาง (middle ear) ที่มีของเหลวหรือหนองสะสมอยู่ภายในโพรงหู สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งมักเกิดตามหลังการเป็นหวัด ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น

ลักษณะของโรค

  • มีการสะสมของของเหลว/หนองภายในหูชั้นกลาง
  • เยื่อแก้วหูอาจอักเสบหรือทะลุ ทำให้มีน้ำไหลออกมา
  • หากเป็นเรื้อรัง จะมีอาการได้ยินลดลงเรื่อย ๆ
  • เด็กเล็กมักเป็นบ่อยเพราะท่อยูสเตเชียนสั้นและแคบกว่าผู้ใหญ่

ชื่อภาษาอังกฤษ

  • Acute Otitis Media (หูน้ำหนวกเฉียบพลัน)
  • Chronic Suppurative Otitis Media (หูน้ำหนวกเรื้อรัง)
  • Otitis Media with Effusion (หูน้ำหนวกมีน้ำขังโดยไม่ติดเชื้อ)

ประเภทของโรคหูน้ำหนวก

  1. หูน้ำหนวกเฉียบพลัน (Acute Otitis Media)
    • เกิดขึ้นรวดเร็ว มีอาการปวดหู ไข้สูง
    • เกิดจากการติดเชื้อเฉียบพลัน
    • หากไม่รักษา อาจกลายเป็นเรื้อรัง
  2. หูน้ำหนวกเรื้อรัง (Chronic Suppurative Otitis Media)
    • มีหนองหรือน้ำไหลจากหูต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์
    • มักเกิดจากการไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องในระยะแรก
    • เสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินถาวร
  3. หูน้ำหนวกมีน้ำขัง (Otitis Media with Effusion)
    • มีน้ำขังในหู แต่ไม่มีอาการติดเชื้อชัดเจน
    • ผู้ป่วยอาจแค่รู้สึกหูอื้อ ได้ยินลดลง
    • มักเกิดในเด็กหลังหายป่วยจากหวัด

สาเหตุของโรคหูน้ำหนวก

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Moraxella catarrhalis
  • การติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสหวัด (Rhinovirus), ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus)
  • การอุดตันของท่อยูสเตเชียนจาก
    • หวัดเรื้อรัง
    • ไซนัสอักเสบ
    • ต่อมอะดีนอยด์โต
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • การเลี้ยงลูกด้วยนมขวดในท่านอนหงาย (ในเด็กเล็ก)

กลไกการเกิดโรค (Pathophysiology)

  1. เชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลางผ่านทางท่อยูสเตเชียน
  2. การติดเชื้อทำให้เยื่อบุหูชั้นกลางอักเสบ
  3. มีการสร้างสารคัดหลั่ง/หนองสะสมในโพรงหู
  4. ความดันในหูชั้นกลางเพิ่มขึ้น → ปวดหู
  5. เยื่อแก้วหูโป่งและอาจทะลุ → หนองไหลออกมา
  6. หากเป็นซ้ำบ่อย ๆ → กลายเป็นเรื้อรัง → สูญเสียการได้ยิน

อาการของโรคหูน้ำหนวก

  • ปวดหู
  • หูอื้อ ได้ยินไม่ชัด
  • น้ำหรือหนองไหลออกจากหู
  • มีไข้ หนาวสั่น (ในระยะเฉียบพลัน)
  • เด็กเล็กอาจร้องกวน จับหูบ่อย
  • ในรายเรื้อรังอาจไม่มีอาการปวด แต่มีน้ำไหลเรื้อรัง

การวินิจฉัยโรคหูน้ำหนวก

  1. ซักประวัติ – อาการ ปัจจัยเสี่ยง โรคประจำตัว
  2. ตรวจร่างกายหู – ใช้ otoscope ส่องดูเยื่อแก้วหู
    • แดง บวม → เฉียบพลัน
    • มีรูทะลุ → เรื้อรัง
  3. การตรวจการได้ยิน (Audiometry) – ประเมินการสูญเสียการได้ยิน
  4. Tympanometry – ตรวจการเคลื่อนไหวของเยื่อแก้วหู
  5. การเพาะเชื้อหนอง – ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อยา

การรักษาโรคหูน้ำหนวก

1. การรักษาด้วยยา

  • ยาปฏิชีวนะ เช่น Amoxicillin, Amoxicillin-clavulanate
  • ยาแก้อักเสบ/ยาแก้ปวด เช่น Paracetamol, Ibuprofen
  • ยาลดบวมจมูก/ยาลดน้ำมูก ช่วยให้ท่อยูสเตเชียนเปิดดีขึ้น

2. การรักษาเฉพาะที่

  • ทำความสะอาดหู ดูดหนอง
  • หยอดยาฆ่าเชื้อในรายที่เยื่อแก้วหูทะลุ

3. การรักษาด้วยการผ่าตัด

  • ผ่าตัดใส่ท่อระบายหู (Myringotomy with grommet insertion)
  • ผ่าตัดเอาต่อมอะดีนอยด์ออก
  • ผ่าตัดแก้ไขหูน้ำหนวกเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนและความอันตรายของโรคหูน้ำหนวก

หากไม่รักษา โรคหูน้ำหนวกอาจลุกลามและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ได้แก่

  • สูญเสียการได้ยินถาวร
  • หูหนวก
  • การอักเสบของกระดูกมาสตอยด์ (Mastoiditis)
  • ฝีในสมอง (Brain abscess)
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)
  • การอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า → ใบหน้าเบี้ยว

การป้องกันโรคหูน้ำหนวก

  • รักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ
  • รักษาโรคหวัดและไซนัสอักเสบให้หายขาด
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่นละออง
  • เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการให้นมขวดในท่านอนหงาย
  • ฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส

โรคหูน้ำหนวกในเด็ก

  • พบได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่
  • มีผลต่อพัฒนาการด้านภาษาและการเรียนรู้
  • ต้องสังเกตอาการ เช่น พูดช้า ไม่ตอบสนองเวลาเรียก

โรคหูน้ำหนวกในผู้ใหญ่

  • พบน้อยกว่าเด็ก
  • มักสัมพันธ์กับไซนัสอักเสบหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • อันตรายหากกลายเป็นเรื้อรัง

สรุป

โรคหูน้ำหนวก คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบและติดเชื้อในหูชั้นกลาง ส่งผลให้มีหนองหรือน้ำไหลออกจากหู อาการที่ดูเหมือนเล็กน้อยนี้หากละเลยอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การสูญเสียการได้ยิน เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมองได้ ดังนั้นหากสงสัยว่าตนเองหรือบุตรหลานมีอาการหูน้ำหนวก ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันการสูญเสียการได้ยินถาวรและภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ