Skip to content
Home » บทความ » ยาคุมกำเนิดรุ่นเก่า vs รุ่นใหม่ เลือกอย่างไร?

ยาคุมกำเนิดรุ่นเก่า vs รุ่นใหม่ เลือกอย่างไร?

ยาคุมกำเนิด เป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงทั่วโลกมากที่สุดในรอบศตวรรษ จากอดีตที่ผู้หญิงมีทางเลือกจำกัดในการวางแผนครอบครัว มาสู่ยุคปัจจุบันที่สามารถควบคุมการตั้งครรภ์ รักษาความผิดปกติของฮอร์โมน ลดอาการปวดประจำเดือน รักษาสิว ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) และลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ด้วย ต้องมีการใช้ยาคุมอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม คำว่า “ยาคุมรุ่นเก่า” และ “ยาคุมรุ่นใหม่” ยังสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้จำนวนมาก ว่าต่างกันอย่างไร ปลอดภัยแค่ไหน และควรเลือกแบบใดจึงจะเหมาะกับร่างกาย

บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นระบบตั้งแต่ประวัติการพัฒนายาคุม กลไกฮอร์โมนระดับตัวรับ (estrogen receptor: ER และ progesterone receptor: PR) การจำแนกรุ่นของโปรเจสติน (1st–4th generation) ประเภทของยาคุม (COCs, POPs, Extended cycle, Emergency) เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ รวมถึงรวบรวมรายชื่อยี่ห้อยาคุมที่มีจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมแนวทางเลือกใช้ตาม WHO Medical Eligibility Criteria (MEC) และ ACOG Practice Bulletin


1. วิวัฒนาการของยาคุมกำเนิด

1.1 ยาคุมยุคแรก (High-dose estrogen era)

ยาคุมรุ่นแรกในทศวรรษ 1960 ใช้เอสโตรเจนขนาดสูง (50–150 µg ethinyl estradiol) ร่วมกับโปรเจสตินรุ่นเก่า จุดเด่นคือคุมกำเนิดได้ผลดีมาก แต่มีผลข้างเคียงสูง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน บวมน้ำ ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน

1.2 การพัฒนาสู่ยาคุมฮอร์โมนต่ำ

จากการศึกษาความเสี่ยงหลอดเลือดและมะเร็ง ทำให้มีการลดขนาดเอสโตรเจนลงเหลือ 30–35 µg และต่อมาพัฒนาเป็นสูตร low-dose (20 µg) และ ultra–low-dose (<20 µg) ในปัจจุบัน

1.3 ยาคุมรุ่นใหม่และโปรเจสตินรุ่นที่ 3–4

การพัฒนาโปรเจสตินรุ่นใหม่ เช่น desogestrel, gestodene, drospirenone, dienogest ทำให้ฤทธิ์แอนโดรเจนลดลง ช่วยเรื่องสิว ผมมัน และภาวะบวมน้ำ พร้อมลดผลข้างเคียงทางเมตาบอลิซึม

🔹 โปรเจสตินรุ่นที่ 3 (Third-generation)

ตัวยาหลัก

  • Desogestrel
  • Gestodene
  • Norgestimate

ยี่ห้อในประเทศไทย

1) กลุ่ม Desogestrel

  • Marvelon® (EE 30 µg + Desogestrel 150 µg)
  • Mercilon® (EE 20 µg + Desogestrel 150 µg)
  • Minidoz®
  • Melodia®
  • Premina®
  • Cerazette® (เป็น POPs: Desogestrel เดี่ยว ไม่มีเอสโตรเจน)

จุดเด่น:
ลดสิว ลดขนดก ฮอร์โมนแอนโดรเจนต่ำ เหมาะกับ PCOS

2) กลุ่ม Gestodene

  • Harmonet®
  • Femoden® (บางโรงพยาบาลยังมีใช้)
  • Lindynette®

3) กลุ่ม Norgestimate

  • Triquilar® (บางสูตร)
  • Cilest® (ปัจจุบันหายาก แต่ยังมีข้อมูลในระบบยา)

🔹 โปรเจสตินรุ่นที่ 4 (Fourth-generation)

ตัวยาหลัก

  • Drospirenone
  • Dienogest

1) กลุ่ม Drospirenone (ต้านแอนโดรเจน + ลดบวมน้ำ)

ยี่ห้อในไทย:

  • Yasmin® (EE 30 µg + Drospirenone 3 mg)
  • Yaz® (EE 20 µg + Drospirenone 3 mg)
  • Ginette® (บางล็อตใน รพ.)
  • Zinnia® / Drospila® (ยาสามัญ)

คุณสมบัติเด่น:

  • ลดสิว
  • ลดบวมน้ำ
  • คล้ายยาขับปัสสาวะอ่อน ๆ
  • เหมาะกับ PMS, PCOS

2) กลุ่ม Dienogest (ใช้ในกลุ่มรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่)

ยี่ห้อ:

  • Qlaira® (Estradiol valerate + Dienogest)
  • Valette®
  • Visanne® (Dienogest เดี่ยว ใช้รักษา endometriosis)

🔹 สรุปตาราง

รุ่นโปรเจสตินตัวยายี่ห้อในไทย
3rd GenDesogestrelMarvelon, Mercilon, Minidoz, Melodia, Premina, Cerazette
3rd GenGestodeneHarmonet, Lindynette
3rd GenNorgestimateTriquilar, Cilest
4th GenDrospirenoneYasmin, Yaz, Zinnia, Drospila
4th GenDienogestQlaira, Valette, Visanne

2. กลไกการออกฤทธิ์ระดับฮอร์โมนและเซลล์

ยาคุมกำเนิดออกฤทธิ์ผ่าน 3 กลไกหลัก

  1. กดการตกไข่ โดยยับยั้งการหลั่ง FSH และ LH จากต่อมใต้สมอง
  2. ทำให้มูกปากมดลูกหนืด อสุจิผ่านได้ยาก
  3. ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบาง ไม่เหมาะต่อการฝังตัว

ในระดับเซลล์ เอสโตรเจนจับกับ ER ในเซลล์เป้าหมาย กระตุ้นการถอดรหัสยีนที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัว ขณะที่โปรเจสตินจับกับ PR ทำให้เกิด negative feedback ต่อ hypothalamic–pituitary–ovarian axis


3. การจำแนกยาคุมตามประเภท

3.1 ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives: COCs)

ประกอบด้วยเอสโตรเจน + โปรเจสติน เป็นชนิดที่ใช้มากที่สุด

3.2 ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestin-only pills: POPs)

เหมาะกับหญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีข้อห้ามใช้เอสโตรเจน

3.3 ยาคุมฉุกเฉิน

เช่น Levonorgestrel, Ulipristal acetate ใช้ภายใน 72–120 ชม.


4. การจำแนกตามเจเนอเรชันของโปรเจสติน

  • 1st Gen: Norethisterone – ฤทธิ์แอนโดรเจนสูง
  • 2nd Gen: Levonorgestrel – คุมรอบเดือนดี เสี่ยงลิ่มเลือดต่ำ
  • 3rd Gen: Desogestrel, Gestodene – ลดสิว ไขมันดีขึ้น
  • 4th Gen: Drospirenone, Dienogest – ต้านแอนโดรเจน บวมน้ำน้อย

5. เปรียบเทียบยาคุมรุ่นเก่า vs รุ่นใหม่

คุณสมบัติรุ่นเก่ารุ่นใหม่
เอสโตรเจนสูง (50 µg)ต่ำ (20–30 µg)
โปรเจสติน1st–2nd Gen3rd–4th Gen
ผลข้างเคียงคลื่นไส้ บวมน้ำน้อยลง
สิวอาจแย่ลงดีขึ้น
ลิ่มเลือดสูงกว่าต่ำกว่า (แต่ยังมีความเสี่ยงเล็กน้อย)

6. ยี่ห้อยาคุมที่มีในประเทศไทย แยกตามประเภท

6.1 ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม COCs รุ่นใหม่/ฮอร์โมนต่ำ

  • Yaz / Yasmin (Drospirenone)
  • Marvelon (Desogestrel)
  • Mercilon (Desogestrel low-dose)
  • Diane-35 (Cyproterone acetate)
  • Minidoz, Melodia, Premina

6.2 ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม COCs รุ่นมาตรฐาน

  • Microgynon, Nordette (Levonorgestrel)
  • Harmonet

6.3 ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว POPs

  • Cerazette (Desogestrel)
  • Exluton

6.4 ยาคุมฉุกเฉินในไทย

  • Postinor
  • Madonna
  • Tansy

7. การเลือกยาคุมให้เหมาะกับร่างกาย 🎀

  • 💙คนเป็นสิว: เลือก drospirenone, cyproterone
  • 💙คนอ้วน/เสี่ยงลิ่มเลือด: พิจารณา POPs
  • 💙คนเป็นไมเกรนมีออร่า: หลีกเลี่ยงเอสโตรเจน
  • 💙ให้นมบุตร: POPs เท่านั้น

อ้างอิง WHO MEC และ ACOG


8. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • ยาคุมรุ่นใหม่ไม่ใช่ “ไม่มีความเสี่ยง” แต่ความเสี่ยงต่ำกว่า
  • ยาคุมไม่ทำให้มีบุตรยากถาวร

9. คำถามพบบ่อย (FAQ)

9.1 ยาคุมรุ่นใหม่ปลอดภัยกว่ายาคุมรุ่นเก่าจริงหรือไม่?

โดยภาพรวม ยาคุมรุ่นใหม่มีปริมาณเอสโตรเจนต่ำกว่า และใช้โปรเจสตินรุ่นที่ 3–4 ซึ่งมีฤทธิ์แอนโดรเจนน้อย ทำให้ผลข้างเคียงเช่น สิว หน้ามัน บวมน้ำ และความผิดปกติของไขมันในเลือดลดลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันยังคงมีอยู่ในระดับต่ำ จึงต้องพิจารณาปัจจัยเสี่ยงรายบุคคล

9.2 กินยาคุมติดต่อกันหลายปีจะทำให้มีบุตรยากถาวรหรือไม่?

จากหลักฐานทางการแพทย์ ยาคุมไม่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากถาวร หลังหยุดยา การตกไข่มักกลับมาภายใน 1–3 เดือนในคนส่วนใหญ่ ความล่าช้าอาจพบได้ในบางรายแต่ไม่ถาวร

9.3 ยาคุมรุ่นที่ 3–4 เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดมากกว่ารุ่นเก่าหรือไม่?

การศึกษาบางฉบับพบว่าโปรเจสตินรุ่นที่ 3–4 อาจมีความเสี่ยงลิ่มเลือดสูงกว่า levonorgestrel เล็กน้อย แต่ความเสี่ยงสัมบูรณ์ยังต่ำมาก (ประมาณ 5–12 รายต่อผู้หญิง 10,000 คนต่อปี) และต่ำกว่าความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์

9.4 คนเป็นสิวควรเลือกยาคุมชนิดใด?

ควรเลือกสูตรที่มีฤทธิ์ต้านแอนโดรเจน เช่น drospirenone, cyproterone acetate หรือ dienogest ซึ่งช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันและลดสิวได้

9.5 คนเป็นไมเกรนสามารถกินยาคุมได้หรือไม่?

หากเป็นไมเกรนชนิดมีออร่า (migraine with aura) แนะนำหลีกเลี่ยงยาคุมที่มีเอสโตรเจน และควรใช้ POPs หรือวิธีคุมกำเนิดแบบไม่ใช้ฮอร์โมน ตาม WHO MEC

9.6 ยาคุมทำให้น้ำหนักขึ้นจริงหรือไม่?

หลักฐานส่วนใหญ่พบว่าน้ำหนักตัวเพิ่มเล็กน้อยหรือไม่เปลี่ยนแปลง การบวมน้ำจากเอสโตรเจนหรือความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้น้ำหนักขึ้นในบางราย แต่ไม่ใช่ไขมันถาวร

9.7 หญิงให้นมบุตรสามารถใช้ยาคุมรุ่นใหม่ได้หรือไม่?

แนะนำให้ใช้ยาคุมชนิดโปรเจสตินเดี่ยว (POPs) เช่น desogestrel เนื่องจากเอสโตรเจนอาจลดปริมาณน้ำนม

9.8 ยาคุมช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งชนิดใดบ้าง?

ยาคุมช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกอย่างมีนัยสำคัญ และมีข้อมูลว่าลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่เล็กน้อย

9.9 จำเป็นต้องพักยาคุมเป็นระยะหรือไม่?

ตามแนวทาง ACOG และ WHO ไม่จำเป็นต้องหยุดพักยา หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ การใช้ต่อเนื่องปลอดภัยและไม่เพิ่มความเสี่ยงระยะยาว

9.10 ควรเปลี่ยนสูตรยาคุมเมื่อใด?

ควรพิจารณาเปลี่ยนสูตรเมื่อมีผลข้างเคียงรบกวน เช่น คลื่นไส้รุนแรง อารมณ์แปรปรวน เลือดออกกะปริดกะปรอยนาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุมากขึ้น สูบบุหรี่ หรือมีโรคประจำตัวใหม่


10. สรุป

ยาคุมกำเนิดรุ่นใหม่เป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาเพื่อลดขนาดฮอร์โมนและผลข้างเคียง ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการคุมกำเนิด การเลือกใช้ควรอาศัยการประเมินรายบุคคลตามแนวทาง WHO และ ACOG เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยที่สุด

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ