Skip to content
Home » บทความ » หนองใน ต้องใช้เวลารักษากี่วัน หากไม่หายเป็นอย่างไร?

หนองใน ต้องใช้เวลารักษากี่วัน หากไม่หายเป็นอย่างไร?

✅ โรคหนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยมากในประเทศไทย แม้จะเป็นโรคที่ รักษาให้หายขาดได้ แต่ในความเป็นจริงกลับมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่รักษาแล้วไม่หาย กลับมาเป็นซ้ำ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียด ตั้งแต่ระยะเวลาการรักษาหนองในที่ถูกต้อง ไปจนถึงผลเสียร้ายแรงหากหนองในไม่หาย


👉 หนองในคืออะไร

หนองใน (Gonorrhea) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้อนี้สามารถติดเชื้อได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย ได้แก่

  • ท่อปัสสาวะ
  • ปากมดลูก
  • ช่องคลอด
  • ทวารหนัก
  • คอหอย
  • เยื่อบุตา (ในทารกแรกเกิด)

เชื้อหนองในแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก


👉 หนองใน ติดต่อได้อย่างไร

หนองในติดต่อผ่าน

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
  • การมีคู่นอนหลายคน
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทวารหนัก
  • การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างคลอด

ที่น่ากังวลคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่มีอาการในระยะแรก โดยเฉพาะในผู้หญิง ทำให้แพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว


อาการของหนองใน

👉 อาการหนองในในผู้ชาย

  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีหนองสีขาว เหลือง หรือเขียว ไหลออกจากปลายอวัยวะเพศ
  • ปวด บวม อัณฑะ
  • ปัสสาวะบ่อย

👉 อาการหนองในในผู้หญิง

  • ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น
  • ปวดท้องน้อย
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

ผู้หญิงมากกว่า 50% อาจไม่มีอาการ ทำให้ตรวจพบเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว


หนองใน ต้องใช้เวลารักษากี่วัน

ระยะเวลาการรักษาหนองในที่ถูกต้อง

ตามแนวทางการรักษาสากล (CDC / WHO)

  • หากใช้ยาฉีด เพียง 1 วัน (ฉีดยาครั้งเดียว)
  • อาการเริ่มดีขึ้นภายใน 2–3 วัน
  • อาการควรหายเกือบหมดภายใน 5–7 วัน

หากรักษาถูกต้องและไม่มีภาวะแทรกซ้อน หนองในสามารถหายขาดได้โดยไม่ทิ้งผลเสียใด ๆ


ยาที่ใช้รักษาหนองใน ตาม Guideline

ยาหลักที่ใช้

  • Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ขนาด 500 มก. เพียง 1 ครั้ง

กรณีสงสัยติดเชื้อร่วม

แพทย์อาจให้ยารักษาหนองในเทียม (Chlamydia) ร่วมด้วย เช่น

ปัจจุบัน ไม่แนะนำให้ใช้ amoxicillin หรือยากินทั่วไป เนื่องจากเชื้อหนองในดื้อยาสูงมาก


📌 ทำไมรักษาหนองในแล้วไม่หาย

แม้หนองในจะรักษาได้ง่าย แต่สาเหตุที่ทำให้ไม่หายมีหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ใช้ยาผิดชนิด

การซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เช่น amoxicillin, ciprofloxacin ทำให้เชื้อไม่ตาย แต่กลับแข็งแรงและดื้อยาเพิ่มขึ้น

2. กินยาไม่ครบ

หยุดยาเมื่ออาการดีขึ้น ทำให้เชื้อยังหลงเหลืออยู่

3. เชื้อหนองในดื้อยา

พบมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ที่เคยใช้ยาฆ่าเชื้อบ่อย

4. ติดเชื้อซ้ำจากคู่นอน

คู่นอนไม่ได้รับการรักษาพร้อมกัน

5. เป็นหนองในร่วมกับหนองในเทียม

รักษาไม่ครบทั้งสองโรค


🔄 หากหนองในไม่หาย จะเกิดอะไรขึ้น 🔄

ภาวะแทรกซ้อนในผู้ชาย

  • ท่อปัสสาวะตีบ
  • อัณฑะอักเสบ
  • ปวดอัณฑะเรื้อรัง
  • ภาวะมีบุตรยาก

ภาวะแทรกซ้อนในผู้หญิง (อันตรายมาก)

  • มดลูกอักเสบ
  • ปีกมดลูกอักเสบ
  • อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)
  • ตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ภาวะมีบุตรยากถาวร

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

  • เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด
  • ข้ออักเสบติดเชื้อ
  • การติดเชื้อหัวใจหรือสมอง (พบได้น้อยแต่รุนแรงถึงชีวิต)

👉 หนองในกับการตั้งครรภ์

หากหญิงตั้งครรภ์เป็นหนองในและไม่ได้รักษา

  • เสี่ยงแท้ง
  • คลอดก่อนกำหนด
  • ทารกติดเชื้อที่ดวงตา อาจตาบอดถาวร

ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ต้องได้รับการรักษาตามแนวทางเฉพาะอย่างเคร่งครัด


👉 หลังรักษาหนองใน ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

  • งดเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน
  • คู่นอนต้องตรวจและรักษาพร้อมกัน
  • สังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นภายใน 7 วันต้องกลับพบแพทย์
  • ตรวจซ้ำในกรณีแพทย์เห็นสมควร

การป้องกันหนองใน

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  • ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงคู่นอนหลายคน
  • ไม่ซื้อยากินเอง

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหนองใน

  • ❌ หนองในหายเองได้ → ไม่จริง
  • ❌ กินยาฆ่าเชื้ออะไรก็หาย → อันตรายมาก
  • ❌ ไม่มีอาการแปลว่าไม่เป็น → ผิด

🧠 สรุป: หนองใน ต้องใช้เวลารักษากี่วัน หากไม่หายเป็นอย่างไร

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ