ถ้าผมเป็นหนองใน คำถามที่ตามมาทันทีของผู้ชายหลายคนคือ แฟนที่กินยาคุมกำเนิดอยู่เป็นประจำจำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อด้วยหรือไม่ เพราะเข้าใจว่ายาคุมอาจช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือหากแฟนยังไม่มีอาการก็อาจไม่จำเป็นต้องรักษา
ความจริงแล้ว ถ้าผมเป็นหนองใน การที่แฟนรับประทานยาคุมกำเนิดไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อหนองในแต่อย่างใด ยาคุมมีหน้าที่ป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงและการรักษาคู่นอนจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลโรคนี้
บทความนี้จะอธิบายว่าเมื่อผู้ชายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน คู่นอนควรทำอย่างไร จำเป็นต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อทุกคนหรือไม่ การกินยาคุมมีผลต่อการรักษาหรือไม่ รวมถึงแนวทางป้องกันการติดเชื้อซ้ำหลังการรักษา
หนองในคืออะไร?
หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปาก และทางทวารหนัก
เชื้อสามารถติดได้หลายตำแหน่ง ได้แก่
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- ช่องคลอด
- คอหอย
- ทวารหนัก
- ดวงตา
ผู้ติดเชื้อบางรายมีอาการ เช่น
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
แต่หลายคนอาจไม่มีอาการเลย ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
ยาคุมกำเนิดป้องกันหนองในได้หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ได้
ยาคุมกำเนิดมีหน้าที่หลักในการยับยั้งการตกไข่และลดโอกาสการตั้งครรภ์ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันหรือกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ดังนั้น แม้ฝ่ายหญิงจะรับประทานยาคุมอย่างสม่ำเสมอ ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อหนองในได้หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ

ถ้าผู้ชายเป็นหนองใน แฟนจำเป็นต้องรักษาด้วยหรือไม่?
โดยทั่วไป ควรให้คู่นอนเข้ารับการตรวจและประเมินโดยแพทย์ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม
ในหลายกรณี แพทย์อาจพิจารณารักษาคู่นอนที่มีประวัติสัมผัสโรคพร้อมกัน เพื่อช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อและการติดเชื้อกลับไปกลับมา ทั้งนี้ แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และแนวทางเวชปฏิบัติที่ใช้ในขณะนั้น
จึงไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อให้แฟนรับประทานเองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
ทำไมคู่นอนที่ไม่มีอาการก็อาจติดเชื้อได้?
ผู้หญิงจำนวนมากที่ติดเชื้อหนองในอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น
- ตกขาวเพิ่มขึ้น
- ปัสสาวะแสบเล็กน้อย
- เลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อยเล็กน้อย
เนื่องจากอาการไม่ชัดเจน จึงอาจไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หากไม่ได้รับการรักษา
หากไม่รักษาคู่นอนจะเกิดอะไรขึ้น?
หากผู้ชายรักษาหายแล้ว แต่คู่นอนยังมีเชื้ออยู่ เมื่อกลับมามีเพศสัมพันธ์อีกก็อาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้
นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ไม่ได้รับการรักษาอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ
- ท่อนำไข่อักเสบ
- ภาวะมีบุตรยาก
- การตั้งครรภ์นอกมดลูก
การดูแลทั้งสองฝ่ายจึงมีความสำคัญต่อผลการรักษาในระยะยาว
ยาคุมกำเนิดมีผลต่อยาฆ่าเชื้อหรือไม่?
ยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ที่ใช้รักษาหนองในไม่ได้ทำให้ยาคุมกำเนิดหมดประสิทธิภาพโดยตรง แต่ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคอื่นอาจมีปฏิกิริยากับยาคุมได้
ดังนั้น หากกำลังใช้ยาคุมและต้องได้รับยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม
ระหว่างรักษาควรงดเพศสัมพันธ์หรือไม่?
ควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าทั้งผู้ป่วยและคู่นอนจะได้รับการรักษาครบถ้วน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษาอาจทำให้
- แพร่เชื้อให้คู่นอน
- ติดเชื้อกลับไปกลับมา
- ทำให้การรักษาไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง
การตรวจของคู่นอนสำคัญอย่างไร?
แม้คู่นอนจะไม่มีอาการ การตรวจยังมีความสำคัญ เพราะช่วย
- ยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
- ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วยหากมีความเสี่ยง
- วางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
การพบแพทย์ทั้งสองฝ่ายยังช่วยให้ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
วิธีรักษาหนองในที่ถูกต้อง
การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยอาจประกอบด้วย
- การใช้ยาปฏิชีวนะตามแนวทางมาตรฐาน
- การติดตามอาการ
- การรักษาคู่นอนตามความเหมาะสม
- การตรวจซ้ำในบางกรณีตามดุลยพินิจของแพทย์
ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจใช้ยาไม่ตรงกับเชื้อหรือใช้ยาไม่ครบ
วิธีป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
หลังรักษาแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- รับการรักษาครบทั้งสองฝ่ายหากแพทย์แนะนำ
- งดเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา
- ไม่หยุดยาเองก่อนครบกำหนด
- ตรวจสุขภาพทางเพศเมื่อมีความเสี่ยง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
กินยาคุมแล้วไม่ติดหนองใน
ไม่จริง ยาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ไม่มีอาการแปลว่าไม่ติดเชื้อ
ไม่จริง ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ โดยเฉพาะในผู้หญิง
รักษาแค่ฝ่ายชายก็เพียงพอ
ไม่เสมอไป หากคู่นอนติดเชื้อและไม่ได้รับการประเมินหรือรักษา อาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้
ซื้อยาฆ่าเชื้อให้แฟนกินเองได้
ไม่ควร เพราะการรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อเลือกยาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงของการดื้อยา
เมื่อใดควรรีบพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจหากมีอาการ เช่น
- มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ
- ปัสสาวะแสบขัด
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนองใน
แม้ไม่มีอาการ แต่หากเป็นคู่นอนของผู้ติดเชื้อ ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมิน
คำถามที่พบบ่อย
แฟนกินยาคุมทุกวัน ยังติดหนองในได้หรือไม่?
ได้ เพราะยาคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อหนองใน
ถ้าแฟนไม่มีอาการ ยังต้องไปพบแพทย์ไหม?
ควร เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ และแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจหรือรักษาหรือไม่
หลังรักษาหายแล้ว จะกลับมาติดเชื้ออีกได้หรือไม่?
ได้ หากได้รับเชื้อใหม่จากคู่นอนที่ยังมีเชื้อหรือจากคู่นอนรายใหม่
ระหว่างรักษาใช้ถุงยางแล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?
โดยทั่วไปควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งมักแนะนำให้งดเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อและการติดเชื้อซ้ำ
สรุป
หากกำลังสงสัยว่า ถ้าผมเป็นหนองใน แฟนที่กินยาคุมอยู่ต้องกินยาฆ่าเชื้อด้วยหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่ายาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคหนองในได้ และการที่คู่นอนไม่มีอาการก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการติดเชื้อ
เมื่อ ถ้าเป็นหนองใน แนวทางที่เหมาะสมคือให้คู่นอนเข้ารับการตรวจและรับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อให้รับประทานเอง การรักษาที่ถูกต้อง การดูแลคู่นอน และการงดเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษาจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ