Skip to content
Home » บทความ » ยารักษาไขมันในเลือดสูง มีกลุ่มยาใดบ้าง?

ยารักษาไขมันในเลือดสูง มีกลุ่มยาใดบ้าง?

โรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia หรือ Hyperlipidemia) เป็นภาวะที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เช่น คอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol), ไขมัน LDL (Low-Density Lipoprotein), ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) หรือ HDL (High-Density Lipoprotein) ที่ต่ำเกินไป ภาวะนี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary artery disease), หลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) หรือภาวะหัวใจขาดเลือด แม้ว่าการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจะเป็นแนวทางหลัก แต่ในหลายกรณี การใช้ ยารักษาไขมันในเลือดสูง ก็มีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือไขมันสูงระดับรุนแรง ยาแต่ละกลุ่มมีจุดเด่นและกลไกเฉพาะที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยในลักษณะแตกต่างกัน การใช้ ยารักษาไขมันในเลือดสูง จึงเป็นแนวทางจำเป็นในการควบคุมระดับไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ยารักษาไขมันในเลือดสูง มีหลายชนิดและออกฤทธิ์ต่างกัน ทั้งการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) หรือควบคุมไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งการเลือกใช้ยาต้องพิจารณาตามระดับไขมัน ความเสี่ยงโรคหลอดเลือด และสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีแนวทางจากสมาคมโรคหัวใจ เช่น ACC/AHA หรือ ESC/EAS เป็นเกณฑ์กำกับการรักษา บทความนี้จะพาคุณเข้าใจภาพรวมของ ยารักษาไขมันในเลือดสูง อย่างละเอียด ทั้งในด้านกลไกการออกฤทธิ์ การเลือกใช้ยาในผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม ความปลอดภัย และแนวทางการใช้ยาในระยะยาว รวมถึงประเด็นสำคัญที่ประชาชนทั่วไปควรทราบเกี่ยวกับการใช้ยาเพื่อควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูงอย่างเหมาะสม


🔶 กลุ่ม ยารักษาไขมันในเลือดสูง

1. กลุ่ม Statins (HMG-CoA Reductase Inhibitors)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

Statins ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ HMG-CoA reductase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลที่ตับ เมื่อการสร้างคอเลสเตอรอลลดลง ตับจึงเพิ่มการดึง LDL จากเลือดไปใช้ ทำให้ระดับ LDL ในเลือดลดลง

💊 ตัวอย่าง

  • Simvastatin
  • Atorvastatin
  • Rosuvastatin
  • Pravastatin
  • Lovastatin

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด LDL ได้ 20–60% (ขึ้นกับขนาดยาและชนิด)
  • เพิ่ม HDL เล็กน้อย
  • ลดไตรกลีเซอไรด์ได้บ้าง

⚠️ ผลข้างเคียง

  • ปวดกล้ามเนื้อ (Myopathy)
  • ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) (พบได้น้อยแต่รุนแรง)
  • ภาวะตับอักเสบจากยา (ต้องติดตามค่า SGOT, SGPT)

2. กลุ่ม Fibrates (PPAR-alpha Activators)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

Fibrates กระตุ้นตัวรับ PPAR-alpha ซึ่งควบคุมยีนที่เกี่ยวข้องกับการสลายไขมัน ทำให้เพิ่มการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในตับและเพิ่มการสร้าง HDL

💊 ตัวอย่างยา

  • Gemfibrozil
  • Fenofibrate
  • Bezafibrate

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลดไตรกลีเซอไรด์ 20–50%
  • เพิ่ม HDL 10–20%
  • ลด LDL ได้บ้าง

⚠️ ผลข้างเคียง

  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • ปวดกล้ามเนื้อ (เสี่ยงสูงหากใช้ร่วมกับ Statins)
  • ท้องอืด คลื่นไส้
  • ตับและไตต้องเฝ้าระวัง

3. กลุ่ม Ezetimibe (Cholesterol Absorption Inhibitors)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

Ezetimibe ยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้เล็กโดยยับยั้ง NPC1L1 protein ซึ่งเป็นตัวช่วยดูดซึมไขมันเข้าสู่ตับ

💊 ตัวอย่างยา

  • Ezetimibe (ชื่อทางการค้า: Ezetrol, Zetia)

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด LDL 15–20%
  • ไม่ค่อยมีผลต่อ HDL และ Triglyceride
  • มักใช้ร่วมกับ Statins เพื่อเสริมฤทธิ์

⚠️ ผลข้างเคียง

  • ท้องเสีย ปวดท้อง
  • ตับอักเสบ (โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ Statins)

4. กลุ่ม Bile Acid Sequestrants (Resins)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

ยาในกลุ่มนี้จับกับกรดน้ำดี (Bile acids) ที่ลำไส้ ทำให้ร่างกายต้องใช้คอเลสเตอรอลจากเลือดมาสังเคราะห์กรดน้ำดีใหม่ ส่งผลให้ระดับ LDL ลดลง

💊 ตัวอย่างยา

  • Cholestyramine
  • Colestipol
  • Colesevelam

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด LDL 15–25%
  • ไม่มีผลต่อ Triglyceride หรือ HDL

⚠️ ผลข้างเคียง

  • ท้องอืด ท้องผูก
  • รบกวนการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K)
  • ต้องระวังการดูดซึมยาอื่น

5. กลุ่ม Niacin (Vitamin B3)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

ยับยั้งการสลายไขมันจากเนื้อเยื่อไขมันเข้าสู่ตับ จึงลดการสร้าง LDL และ VLDL อีกทั้งยังช่วยเพิ่ม HDL โดยกลไกกระตุ้นการหลั่ง ApoA-I

💊 ตัวอย่างยา

  • Niacin (หรือ Nicotinic acid)

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด LDL 10–20%
  • ลด Triglyceride 20–50%
  • เพิ่ม HDL สูงถึง 15–35%

⚠️ ผลข้างเคียง

  • หน้าแดง (Flushing)
  • คลื่นไส้ ปวดท้อง
  • เพิ่มน้ำตาลและกรดยูริก (ต้องระวังในเบาหวานและเกาต์)

6. กลุ่ม PCSK9 Inhibitors (Monoclonal Antibodies)

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

ยาฉีดชนิดใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีน PCSK9 ทำให้ตัวรับ LDL ที่ตับไม่ถูกทำลาย เพิ่มการจับ LDL ออกจากเลือด จึงลด LDL ได้มาก

💉 ตัวอย่างยา

  • Alirocumab
  • Evolocumab

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด LDL สูงถึง 50–70%
  • ใช้ในผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อ Statins หรือมีภาวะ Familial Hypercholesterolemia

⚠️ ผลข้างเคียง

  • แพ้ยาหรือระคายเคืองบริเวณฉีด
  • มีราคาสูงมาก

7. กลุ่ม Omega-3 Fatty Acids

🧬 กลไกการออกฤทธิ์

กรดไขมันโอเมก้า-3 ลดการสร้างไตรกลีเซอไรด์ที่ตับโดยยับยั้งการสังเคราะห์ VLDL

💊 ตัวอย่างยา

  • Omega-3 ethyl esters (เช่น Lovaza)
  • Icosapent ethyl (Vascepa)

📈 ผลการลดไขมัน

  • ลด Triglyceride 20–50%
  • อาจเพิ่ม LDL เล็กน้อย (โดยเฉพาะสูตรผสม EPA+DHA)

⚠️ ผลข้างเคียง

  • กลิ่นคาวจากปลา
  • ท้องเสีย ปวดท้อง
  • ระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด

🔷 การเลือกใช้ ยาโรคไขมันในเลือดสูง

ขึ้นกับ:

  • ค่า LDL, HDL, Triglyceride เริ่มต้น
  • ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (ASCVD risk)
  • อายุ โรคร่วม เช่น เบาหวาน โรคไต
  • การตอบสนองต่อยา และผลข้างเคียงในอดีต

ตัวอย่าง:

  • Statin: ยาหลักในผู้มี LDL สูงและป้องกันโรคหัวใจ
  • Fibrate: เหมาะกับผู้ที่มี Triglyceride สูง
  • PCSK9 inhibitors: ใช้ในผู้ที่ควบคุม LDL ไม่ได้แม้ใช้ Statins เต็มที่

🔷 ยารักษาไขมันในเลือดสูงชนิดใหม่

1. Inclisiran (siRNA targeting PCSK9)

✅ ประเภท:

  • Small interfering RNA (siRNA) ที่ออกฤทธิ์ต่อ PCSK9 mRNA

🧬 กลไกการออกฤทธิ์:

  • ยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีน PCSK9 ที่ตับ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำลายตัวรับ LDL (LDL receptors)
  • เมื่อ PCSK9 ลดลง → LDL receptors บนตับมีมากขึ้น → ดึง LDL ออกจากเลือดได้มากขึ้น

💉 วิธีใช้:

  • ฉีดใต้ผิวหนัง (subcutaneous) ทุก 6 เดือน
  • ปริมาณ: 284 mg (ใช้ได้สะดวกกว่าการฉีดทุก 2 สัปดาห์ของยา PCSK9 แบบ monoclonal antibodies)

📈 ประสิทธิภาพ:

  • ลด LDL-C ได้ ประมาณ 50–52%
  • ใช้ร่วมกับ Statins ได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง

⚠️ ผลข้างเคียง:

  • ระคายเคืองบริเวณฉีดเล็กน้อย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย
  • ไม่มีผลต่อไตหรือตับในระยะสั้น

📚 งานวิจัยที่สำคัญ:

  • ORION Trials (ORION-9, ORION-10, ORION-11): ยืนยันผลการลด LDL-C ในผู้ป่วย ASCVD หรือมีความเสี่ยงสูง

2. Bempedoic Acid (ACL inhibitor)

✅ ประเภท:

  • ยารับประทานชนิดใหม่ ออกฤทธิ์ลด LDL-C โดยใช้กลไกที่แตกต่างจาก Statins

🧬 กลไกการออกฤทธิ์:

  • ยับยั้งเอนไซม์ ATP citrate lyase (ACL) ซึ่งอยู่ต้นทางของการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในตับ
  • ทำให้ลดการสร้างคอเลสเตอรอลที่ตับ → ลด LDL-C

ACL อยู่เหนือ HMG-CoA reductase (ซึ่งเป็นเป้าหมายของ Statins) → ใช้ร่วมกับ Statin ได้โดยไม่ซ้ำจุดออกฤทธิ์

💊 วิธีใช้:

  • รับประทาน 180 mg วันละ 1 ครั้ง

📈 ประสิทธิภาพ:

  • ลด LDL-C ได้ประมาณ 17–20% เมื่อใช้เดี่ยว
  • หากใช้ร่วมกับ Ezetimibe → ลด LDL ได้สูงถึง 40%
  • ดีสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทน Statins (Statin-intolerant patients)

⚠️ ผลข้างเคียง:

  • กรดยูริกสูง → ระวังในผู้ป่วยเกาต์
  • กล้ามเนื้ออักเสบ (พบได้น้อยกว่า Statin)
  • เพิ่มเอนไซม์ตับเล็กน้อย

📚 งานวิจัยที่สำคัญ:

  • CLEAR Outcomes Trial (2023): ลดอุบัติการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ไม่สามารถใช้ Statin ได้

📖 แนวทางจากสมาคมชั้นนำในการใช้ยาไขมันชนิดใหม่


ACC/AHA Guidelines (American College of Cardiology / American Heart Association, 2018, อัปเดตปี 2022)

🔹 การใช้ยา:

  • แนะนำให้ใช้ Statin เป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก (Very High Risk)
  • หาก LDL-C ยัง >70 mg/dL หลังใช้ Statin เต็มที่ → เพิ่ม Ezetimibe
  • หากยังไม่ได้ผล → พิจารณา PCSK9 inhibitor (Evolocumab, Alirocumab)
  • Bempedoic acid และ Inclisiran: ถูกเพิ่มในการอัปเดตปี 2022 ในผู้ที่ไม่สามารถใช้ Statins ได้

🔹 ประเภทผู้ป่วยที่อาจได้ยาใหม่:

  • Familial Hypercholesterolemia
  • Atherosclerotic Cardiovascular Disease (ASCVD) ที่ไม่สามารถลด LDL ได้ถึงเป้าหมาย
  • Statin Intolerant patients

ESC/EAS Guidelines (European Society of Cardiology / European Atherosclerosis Society, 2021)

🔹 เป้าหมาย LDL:

  • ในกลุ่ม Very High Risk → LDL-C < 55 mg/dL
  • ในกลุ่ม High Risk → LDL-C < 70 mg/dL

🔹 แนวทางใช้ยา:

  1. เริ่มจาก Statin ขนาดสูง → Ezetimibe → PCSK9 Inhibitor
  2. หากยังไม่ได้เป้าหมาย:
    • Inclisiran เป็นทางเลือกใหม่ (เฉพาะในยุโรปที่ผ่านการรับรองแล้ว)
    • Bempedoic acid แนะนำในผู้ไม่สามารถทน Statin

Thai Lipid Guideline 2023 (สมาคมต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม แห่งประเทศไทย)

🔹 การแบ่งระดับความเสี่ยง:

  • Very High Risk: ASCVD, เบาหวานร่วมกับภาวะแทรกซ้อน, CKD ระยะ 3–5
  • High Risk: เบาหวานโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน, LDL >190, CKD ระยะ 1–2

🔹 เป้าหมาย LDL:

  • Very High Risk → LDL-C <55 mg/dL
  • High Risk → LDL-C <70 mg/dL

🔹 แนวทางใช้ยาใหม่:

  • หากใช้ Statin เต็มที่แล้วไม่ได้เป้าหมาย → เพิ่ม Ezetimibe
  • หากยังไม่ได้เป้าหมาย → พิจารณา PCSK9 inhibitors หรือ Inclisiran
  • ในกรณีไม่ทน Statin: Bempedoic acid เป็นทางเลือกใหม่

🔚 สรุป

ยากลไกลด LDLข้อดีหมายเหตุ
InclisiransiRNA ยับยั้ง PCSK9 synthesis50–52%ฉีดปีละ 2 ครั้งเหมาะกับกลุ่ม High/Very High Risk
Bempedoic Acidยับยั้ง ACL17–20% (เดี่ยว), 40% (ร่วม Eze)ใช้ร่วม Statin หรือในผู้แพ้ Statinระวังกรดยูริกสูง
Ezetimibeยับยั้งดูดซึมคอเลสเตอรอล15–20%ใช้ง่าย เสริม Statinไม่มีผลต่อ HDL

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรง โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE ด้านล่างได้เลยค่ะ