คำว่า “หนองใน” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกรวม ๆ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด แต่ในทางการแพทย์จริง ๆ แล้ว แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักที่สำคัญมาก ได้แก่
- หนองในแท้ (Gonorrhea)
- หนองในเทียม (Chlamydia)
ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ “แยกไม่ออก” และมักคิดว่าเป็นโรคเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้ว:
👉 เชื้อคนละตัว 👉 อาการต่างกัน 👉 วิธีรักษาไม่เหมือนกัน
และที่สำคัญที่สุดคือ “สามารถเป็นพร้อมกันได้”
🦠หนองในแท้ คืออะไร (Gonorrhea)
หนองในแท้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ: Neisseria gonorrhoeae
เป็นเชื้อที่ชอบอยู่ในเยื่อบุ เช่น:
- ท่อปัสสาวะ
- ปากมดลูก
- คอหอย
- ทวารหนัก

จุดเด่นของหนองในแท้
- อาการ “ชัดและเร็ว”
- มีหนองปริมาณมาก
- แสบเวลาปัสสาวะชัดเจน
กลไกการเกิดโรค (เข้าใจง่าย)
เชื้อจะเกาะกับเยื่อบุ → เพิ่มจำนวน → กระตุ้นการอักเสบ → เกิดหนอง
🦠หนองในเทียม คืออะไร (Chlamydia)
หนองในเทียมเกิดจากเชื้อ: Chlamydia trachomatis
เป็นแบคทีเรียที่มีลักษณะพิเศษ คือ “อยู่ในเซลล์” ทำให้:
- อาการไม่ชัด
- อยู่ในร่างกายได้นาน
- แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
จุดเด่นของหนองในเทียม
- อาการน้อย หรือไม่มีเลย
- เป็นแบบเรื้อรัง
- ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้โดยไม่รู้ตัว
💥ตารางเปรียบเทียบ (เข้าใจใน 1 นาที) 💥
| หัวข้อ | หนองในแท้ | หนองในเทียม |
|---|---|---|
| เชื้อ | Neisseria gonorrhoeae | Chlamydia trachomatis |
| อาการ | ชัดเจน | น้อย/ไม่มี |
| หนอง | มาก | น้อย |
| ความเร็ว | เร็ว | ช้า |
| ความเสี่ยง | อักเสบรุนแรง | เรื้อรัง ทำลายระบบสืบพันธุ์ |
👉 สรุป: หนองในแท้ = “แรงและเร็ว” / หนองในเทียม = “เงียบแต่ลึก”
🔬Timeline อาการ : หลังมีความเสี่ยงจะเกิดอะไรขึ้น?
หนองในแท้
- 2–5 วัน : เริ่มแสบปัสสาวะ
- 3–7 วัน : มีหนองไหลชัด
หนองในเทียม
- 1–3 สัปดาห์: อาการเริ่มเล็กน้อย
- หลายคน: ไม่มีอาการเลย
👉 นี่คือเหตุผลที่ “ตรวจสำคัญกว่ารออาการ”
อาการหนองในแท้ (แยกชาย-หญิง)
😮💨 ผู้ชาย
- หนองไหลจากปลายอวัยวะเพศ (สีขาว/เหลือง/เขียว)
- ปัสสาวะแสบมาก
- อาจปวดอัณฑะ
🌸 ผู้หญิง
- ตกขาวผิดปกติ
- ปวดท้องน้อย
- เลือดออกผิดปกติ
อาการหนองในเทียม
ปัญหาหลักคือ “ไม่มีอาการ”
แต่ถ้ามี อาจเป็น:
- ตกขาวเล็กน้อย
- แสบปัสสาวะเล็กน้อย
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
▶️ Oral Sex กับหนองใน
หลายคนเข้าใจผิดว่า Oral Sex ปลอดภัย
▶️ แต่ความจริงคือ: 👉 ติดได้ทั้งหนองในแท้และเทียม
ตำแหน่งที่ติด:
- คอหอย
- ทอนซิล
อาการ:
- เจ็บคอเรื้อรัง
- หรือ “ไม่มีอาการเลย”
▶️ใครบ้างที่เสี่ยงสูง
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- มีคู่นอนหลายคน
- มี Oral Sex บ่อย
- ไม่เคยตรวจ STI

▶️การตรวจวินิจฉัย (สำคัญมาก)
วิธีที่แม่นยำ:
1. NAAT (Gold Standard)
- ตรวจจากปัสสาวะ
- หรือป้ายสารคัดหลั่ง
2. Swab หนอง
👉 แนะนำ: ตรวจ “ทั้งหนองในแท้ + เทียมพร้อมกัน”
ค่าใช้จ่ายในการตรวจ (ประเทศไทย)
โดยประมาณ:
- คลินิก: 1,000 – 3,000 บาท
- โรงพยาบาล: 2,000 – 5,000 บาท
👉 บางที่มีแพ็กเกจ STI
▶️การรักษา (ต่างกันชัดเจน)
หนองในแท้
- ฉีด ceftriaxone หรือ ยากิน Antibiotic
หนองในเทียม
- กิน doxycycline หรือ azithromycin
👉 สำคัญ:
- ต้องรักษาคู่นอน
- งดเพศสัมพันธ์จนหาย
▶️ภาวะแทรกซ้อน (ถ้าไม่รักษา)
ผู้หญิง
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)
- มีบุตรยาก
ผู้ชาย
- อัณฑะอักเสบ
ทั้งสองเพศ
- ติดเชื้อในกระแสเลือด (หนองในแท้)
▶️เป็นพร้อมกันได้ไหม?
👉 ได้ และ “พบได้บ่อยมาก”
นี่คือเหตุผลที่แพทย์มัก:
- ตรวจพร้อมกัน
- หรือรักษาครอบคลุมทั้งสองโรค
Myth vs Fact
❌ไม่มีอาการ = ไม่ติด ✔ จริง: อาจติดโดยไม่รู้ตัว
❌Oral Sex ปลอดภัย ✔ จริง: ติด STI ได้
❌กินยาเองได้ ✔ จริง: เสี่ยงดื้อยา
▶️วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง
- ใช้ถุงยางทุกครั้ง
- ตรวจ STI สม่ำเสมอ
- มีคู่นอนคนเดียว
ควรตรวจเมื่อไหร่?
- หลังมีความเสี่ยง 3–7 วัน
- หรือเมื่อมีอาการ
▶️สัญญาณอันตราย (ควรพบแพทย์ทันที)
- หนองเยอะ
- ปวดท้องน้อยมาก
- มีไข้

ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
สรุป
- หนองในแท้: อาการแรง เห็นชัด
- หนองในเทียม: เงียบ แต่ทำลายระยะยาว
- ตรวจเร็ว รักษาได้ง่าย
Call to Action
หากคุณมีความเสี่ยง:
✔ ตรวจทันที ✔ รักษาให้ครบ ✔ ป้องกันทุกครั้ง
สุขภาพทางเพศที่ดี เริ่มจาก “ความรู้ที่ถูกต้อง”
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ