Skip to content
Home » บทความ » HPV ทำให้เป็นมะเร็งคอได้จริงไหม? เจาะลึกความเสี่ยง

HPV ทำให้เป็นมะเร็งคอได้จริงไหม? เจาะลึกความเสี่ยง

Human Papillomavirus หรือ HPV เป็นไวรัสที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก แต่ในความเป็นจริง HPV ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น ไวรัสชนิดนี้ยังสามารถติดเชื้อในช่องปากและลำคอได้ และในบางกรณีสามารถนำไปสู่ “มะเร็งคอ” หรือที่เรียกว่า Oropharyngeal Cancer ได้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราการเกิดมะเร็งคอที่เกี่ยวข้องกับ HPV เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้ชาย ซึ่งสวนทางกับความเข้าใจเดิมที่มักเชื่อว่า HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายคือพฤติกรรมทางเพศ เช่น oral sex ที่อาจทำให้เชื้อเข้าสู่เยื่อบุในช่องปากและลำคอได้โดยตรง

ความน่ากังวลคือ การติดเชื้อ HPV ในลำคอมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนกระทั่งโรคลุกลามไปสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีป้องกัน เช่น การใช้ถุงยางอนามัยที่อาจลดความเสี่ยงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

🔥HPV คืออะไร และติดต่อได้อย่างไร

HPV (Human Papillomavirus) เป็นกลุ่มไวรัสมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

HPV สามารถติดต่อได้ผ่าน:

  • การมีเพศสัมพันธ์ (ช่องคลอด / ทวารหนัก / oral sex)
  • การสัมผัสผิวหนังกับผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อ
  • การใช้ของร่วมกันในบางกรณี (พบได้น้อย)

👉 HPV ในช่องปากและลำคอ มักเกิดจากการทำ oral sex กับผู้ที่มีเชื้อ HPV ที่อวัยวะเพศ


🔥HPV ทำให้เป็นมะเร็งคอได้จริงไหม?

คำตอบคือ: “จริง”

HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งคอหอยส่วนต้น (Oropharyngeal cancer) ซึ่งรวมถึง:

  • โคนลิ้น
  • ต่อมทอนซิล
  • ผนังคอด้านหลัง

👉 กลไกการเกิดมะเร็ง

  1. เชื้อ HPV เข้าสู่เยื่อบุในลำคอ
  2. เชื้อแทรก DNA เข้าไปในเซลล์
  3. โปรตีนไวรัส (E6, E7) ไปยับยั้ง tumor suppressor genes เช่น p53
  4. เซลล์แบ่งตัวผิดปกติ
  5. พัฒนาเป็นมะเร็งในระยะยาว

👉 ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งคอจาก HPV

แม้การติดเชื้อ HPV จะพบได้บ่อย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะกลายเป็นมะเร็ง โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

  • มีคู่นอนหลายคน
  • มี oral sex โดยไม่ป้องกัน
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • เพศชาย (พบมากกว่าผู้หญิง)

👉 อาการของมะเร็งคอจาก HPV

ในระยะแรก มัก “ไม่มีอาการ”

เมื่อเริ่มมีอาการ อาจพบ:

  • เจ็บคอเรื้อรัง
  • กลืนลำบาก
  • เสียงเปลี่ยน
  • มีก้อนที่คอ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดหูข้างเดียว

สัญญาณสำคัญ: มีก้อนที่คอแต่ไม่เจ็บ


👉 HPV ในช่องปาก vs เริมในปาก ต่างกันอย่างไร?

ลักษณะHPVเริม (HSV)
อาการมักไม่มีแผลเจ็บชัดเจน
ระยะเวลาเรื้อรังเป็นๆหายๆ
ความเสี่ยงมะเร็งมีไม่มี
ลักษณะแผลก้อน / เนื้อผิดปกติตุ่มน้ำแตก

🧬การตรวจ HPV ในลำคอ

ปัจจุบันยังไม่มี screening routine แบบ Pap smear สำหรับลำคอ แต่สามารถตรวจได้เมื่อมีความเสี่ยง:

  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์
  • ส่องกล้อง
  • ตัดชิ้นเนื้อ (biopsy)
  • ตรวจ HPV DNA

🧬มะเร็งคอจาก HPV รักษาได้ไหม

รักษาได้ และมีพยากรณ์โรคดีกว่าแบบไม่เกี่ยวกับ HPV

วิธีรักษา:

  • ผ่าตัด
  • ฉายแสง
  • เคมีบำบัด

ผู้ป่วย HPV-positive มักตอบสนองต่อการรักษาดีกว่า


🧬วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งคอได้ไหม

คำตอบ: ช่วยลดความเสี่ยงได้

วัคซีนครอบคลุมสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น:

  • HPV-16
  • HPV-18

แนะนำฉีดใน:

  • วัย 9–26 ปี
  • ผู้ใหญ่ก็สามารถฉีดได้

🧬 วิธีป้องกัน HPV ในช่องปาก

  • ใช้ถุงยาง / dental dam
  • ลดจำนวนคู่นอน
  • ฉีดวัคซีน HPV
  • หลีกเลี่ยงสูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

🧬 HPV หายเองได้ไหม

ประมาณ 90% ของการติดเชื้อ HPV หายได้เอง ภายใน 1–2 ปี

แต่กรณีที่เชื้อคงอยู่ → เสี่ยงมะเร็ง


👉 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Oral sex ปลอดภัยไหม

ไม่ 100% → ยังมีความเสี่ยง HPV

ใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยได้ไหม

ช่วยลดเชื้อบางส่วน แต่ไม่ป้องกัน

ม่มีอาการ ต้องตรวจไหม

ถ้ามีความเสี่ยงสูง → ควรพบแพทย์


👉 สรุป

HPV สามารถทำให้เกิดมะเร็งคอได้จริง โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 ซึ่งเกี่ยวข้องกับมะเร็งคอหอยส่วนต้นโดยตรง การติดเชื้อส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการ ทำให้การป้องกันและการตระหนักรู้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

การฉีดวัคซีน HPV การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ก้อนที่คอหรือเจ็บคอเรื้อรัง เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยง หากมีความเสี่ยงหรืออาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

🚀 การป้องกันที่ดีที่สุดคือวัคซีน โดยเฉพาะ 👉 วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง
🚀 หากคุณสงสัยว่าอาการลักษณะนี้ใช่เริมหรือไม่
สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 👉 อาการเริมในปากมีอะไรบ้าง

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ