Skip to content
Home » บทความ » โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด คืออะไร อาการสำคัญ และวิธีแก้ไข

โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด คืออะไร อาการสำคัญ และวิธีแก้ไข

โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (Benign Paroxysmal Positional Vertigo: BPPV) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เนื่องจากอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนอาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เมื่อเปลี่ยนท่าทาง เช่น การลุกขึ้น นอนลง หรือหันศีรษะอย่างรวดเร็ว

หลายคนที่ประสบภาวะนี้อาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเกี่ยวกับสมองหรือหลอดเลือด แต่แท้จริงแล้วเกิดจากความผิดปกติเล็ก ๆ ในหูชั้นในที่เกี่ยวข้องกับ “ตะกอนหินปูน” หรือ otoconia ซึ่งปกติจะอยู่ในตำแหน่งที่แน่นอนในหู แต่เมื่อหลุดออกไปอยู่ในบริเวณท่อกึ่งวงกลม (semicircular canals) จะทำให้สมองได้รับสัญญาณการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาด ส่งผลให้เกิดอาการบ้านหมุนขึ้น


โครงสร้างของหูและบทบาทของตะกอนหินปูน (Otoconia)

เพื่อให้เข้าใจโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด เราจำเป็นต้องรู้จักโครงสร้างของหูชั้นในก่อน

หูแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก:

  1. หูชั้นนอก (Outer ear) – ประกอบด้วยใบหูและช่องหู ทำหน้าที่รับเสียงเข้าสู่แก้วหู
  2. หูชั้นกลาง (Middle ear) – มีแก้วหูและกระดูกหู 3 ชิ้น (malleus, incus, stapes) ทำหน้าที่ส่งต่อการสั่นสะเทือนของเสียง
  3. หูชั้นใน (Inner ear) – ส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวและการได้ยิน

ในหูชั้นในมีโครงสร้างหลัก 2 ระบบ

  • Cochlea (คอเคลีย): เกี่ยวข้องกับการได้ยิน
  • Vestibular system (ระบบการทรงตัว): ประกอบด้วย utricle, saccule และ semicircular canals

Otoconia หรือที่มักเรียกว่า “ตะกอนหินปูน” คือผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตขนาดเล็กที่อยู่ใน utricle และ saccule ซึ่งช่วยตรวจจับแรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนไหวเชิงเส้น (linear acceleration)


โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุดคืออะไร?

BPPV เกิดจาก otoconia หลุดออกจาก utricle แล้วไปตกค้างในท่อกึ่งวงกลม (semicircular canals) โดยเฉพาะ posterior semicircular canal ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด เมื่อศีรษะเคลื่อนไหว ตะกอนหินปูนจะเคลื่อนที่ภายในน้ำ (endolymph) ในท่อกึ่งวงกลม ส่งผลให้เกิดสัญญาณประสาทผิดปกติ สมองจึงตีความว่าเกิดการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเวียนศีรษะบ้านหมุน


อาการสำคัญของโรค

อาการเด่นของโรคนี้ ได้แก่

  • เวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo): รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุนหรือศีรษะหมุนเอง
  • เกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าทาง: เช่น นอนหงาย หันศีรษะลง ลุกขึ้นเร็ว ๆ หรือก้มเงย
  • อาการเกิดเป็นระยะสั้น ๆ: มักไม่เกิน 1 นาที
  • อาจมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกมาก
  • ไม่มีอาการหูอื้อหรือสูญเสียการได้ยิน (ต่างจากโรค Meniere’s หรือโรคหูชั้นในอื่น ๆ)

ปัจจัยเสี่ยง

  • อายุเกิน 50 ปี
  • เคยมีการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหูชั้นใน เช่น labyrinthitis
  • การนอนในท่าเดิมเป็นเวลานาน (เช่นหลังผ่าตัด)
  • โรคกระดูกพรุน ซึ่งอาจทำให้ otoconia เปราะและหลุดง่าย

กลไกการเกิดอาการ (Pathophysiology)

  1. Otoconia หลุดจาก utricle
  2. ตกค้างใน semicircular canals โดยมากคือ posterior canal
  3. เมื่อศีรษะเคลื่อนไหว → otoconia เคลื่อนตามน้ำ endolymph
  4. ทำให้เซลล์ขนรับการเคลื่อนไหว (hair cells) ใน canal ส่งสัญญาณผิดปกติ
  5. สมองตีความว่าเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรง ทั้งที่จริง ๆ ศีรษะไม่ได้หมุนมาก → เกิด อาการบ้านหมุน

การวินิจฉัย

  1. การซักประวัติ: อาการบ้านหมุนสัมพันธ์กับท่าทาง
  2. การตรวจท่า Dix–Hallpike maneuver: เป็นการตรวจมาตรฐาน โดยให้นอนหงายหันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้ามีอาการบ้านหมุนและตากระตุก (nystagmus) ถือว่าผลบวก
  3. Exclusion tests: เพื่อแยกโรคอื่น เช่น MRI สมองหากสงสัยหลอดเลือดสมอง

วิธีแก้ไขและการรักษา

1. การรักษาด้วยท่าทาง (Canalith repositioning maneuvers)

เป็นวิธีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูง เช่น

  • Epley maneuver: ช่วยเคลื่อนตะกอนหินปูนกลับไปยัง utricle
  • Semont maneuver
  • Brandt-Daroff exercise: เป็นการบริหารที่ผู้ป่วยทำเองที่บ้าน

2. การใช้ยา

ไม่ใช่วิธีหลัก แต่ใช้เพื่อลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ เช่น

  • Antihistamines (เช่น meclizine)
  • Benzodiazepines (ใช้บางกรณี)

3. การผ่าตัด

ใช้ในกรณีดื้อการรักษา พบได้น้อยมาก เช่น การปิดท่อกึ่งวงกลม (Canal plugging surgery)


การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางเร็วเกินไป
  • ออกกำลังกายเพื่อฝึกสมดุล
  • ระวังการหกล้มโดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • หากเคยมีประวัติ BPPV ควรนอนหนุนหมอนสูงเล็กน้อย และเปลี่ยนท่านอนบ่อย ๆ

ความสำคัญของโรคต่อคุณภาพชีวิต

แม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้ผู้ป่วยหลายคนสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถ การทำงาน หรือการเดินทาง และอาจนำไปสู่การหกล้มบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ


สรุป

โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เกิดจาก otoconia หลุดออกจากตำแหน่งปกติและไปรบกวนการทำงานของ semicircular canals ผู้ป่วยมักมีอาการเวียนศีรษะเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อเปลี่ยนท่าทาง การวินิจฉัยทำได้ง่ายด้วยท่า Dix–Hallpike และสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการจัดท่าทาง เช่น Epley maneuver

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ