Skip to content
Home » บทความ » Albendazole (อัลเบนดาโซล) ยาถ่ายพยาธิครอบจักรวาล

Albendazole (อัลเบนดาโซล) ยาถ่ายพยาธิครอบจักรวาล

สุขภาพในยุคปัจจุบันไม่ได้หมายถึงแค่การออกกำลังกายหรือกินอาหารที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการใส่ใจเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำ และสภาพแวดล้อมด้วย หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ยังคงพบได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนชื้นคือ “การติดพยาธิ” ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโต การดูดซึมสารอาหาร ระบบเลือด และแม้แต่พัฒนาการทางสมองในเด็ก การติดพยาธิไม่ได้จำกัดแค่ในเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็สามารถติดพยาธิได้จากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การบริโภคอาหารดิบ เดินเท้าเปล่า หรือแม้แต่สัมผัสสัตว์เลี้ยงที่มีไข่พยาธิปะปน ยารักษาพยาธิจึงยังคงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ และหนึ่งในยาถ่ายพยาธิที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งในระดับบุคคลและชุมชนคือ Albendazole

Albendazole เป็นยาที่มีคุณสมบัติเด่นตรงที่สามารถใช้รักษาและควบคุมพยาธิได้หลากหลายชนิด ทั้งพยาธิตัวกลม พยาธิตัวแบน และพยาธิที่อยู่นอกลำไส้ เช่น พยาธิตัวจี๊ด หรือพยาธิตัวตืดในสมอง จึงถือเป็น “ยาครอบจักรวาล” สำหรับการกำจัดพยาธิในวงการแพทย์ยุคใหม่

อัลเบนดาโซลเป็นยาถ่ายพยาธิในกลุ่ม benzimidazoles มีฤทธิ์ในการกำจัดพยาธิได้หลายชนิด โดยออกฤทธิ์ต่อระบบการสร้างพลังงานของพยาธิ ทำให้พยาธิขาดพลังงานและตายในที่สุด ยานี้มักใช้ในรูปแบบเม็ด รับประทานสะดวก และสามารถใช้ในทั้งเด็กและผู้ใหญ่

การใช้อัลเบนดาโซล เป็นที่นิยมในโครงการถ่ายพยาธิขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนในประเทศที่มีอัตราการติดพยาธิสูง เช่น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย ด้วยความสามารถในการกำจัดพยาธิหลายชนิดในคราวเดียว อัลเบนดาโซลจึงถูกบรรจุไว้ในรายการยาจำเป็นขององค์การอนามัยโลก


อัลเบนดาโซล ออกฤทธิ์โดยการจับกับ β-tubulin ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของไมโครทูบูล (microtubules) ในเซลล์ของพยาธิ เมื่อไมโครทูบูลถูกรบกวน ระบบการสร้างพลังงานของพยาธิ เช่น กระบวนการดูดซึมกลูโคสและการผลิต ATP จะถูกหยุดชะงัก ส่งผลให้พยาธิไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

จุดเด่นของอัลเบนดาโซล คือสามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งต่อพยาธิที่อยู่ในลำไส้และพยาธิที่ฝังตัวในเนื้อเยื่อ ซึ่งแตกต่างจากยาถ่ายพยาธิทั่วไปที่มักมีฤทธิ์จำกัดอยู่เฉพาะในลำไส้เท่านั้น


อัลเบนดาโซล มีสรรพคุณในการรักษาพยาธิที่หลากหลาย แบ่งตามลักษณะได้ดังนี้:

1. พยาธิตัวกลม

  • พยาธิตัวกลม (Ascaris lumbricoides): พบในคนที่รับประทานอาหารปนเปื้อน
  • พยาธิปากขอ (Ancylostoma duodenale, Necator americanus): เข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง
  • พยาธิแส้ม้า (Trichuris trichiura): พบได้ในผู้ที่มีสุขอนามัยไม่ดี

2. พยาธิเส้นด้าย

  • พยาธิเส้นด้าย (Enterobius vermicularis): พบบ่อยในเด็ก ทำให้เกิดอาการคันก้น

3. พยาธิตัวแบน

  • พยาธิตัวตืด (Taenia spp.): มักติดจากการกินหมูหรือเนื้อวัวดิบ
  • พยาธิตัวตืดหมูที่ไปฝังในสมอง (Neurocysticercosis): เป็นโรคที่ร้ายแรง และใช้อัลเบนดาโซล ร่วมกับยากันชัก

4. พยาธินอกลำไส้

  • พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spp.): พบในอาหารดิบ เช่น ปลาดิบ หรือกบ
  • พยาธิแองกิโอสตรองกิลัส (Angiostrongylus cantonensis): อาจทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

พยาธิขนาดยาระยะเวลา
พยาธิตัวกลม/แส้ม้า/ปากขอ400 มก. วันเดียวอาจให้ซ้ำทุก 6 เดือนในพื้นที่ระบาด
พยาธิเส้นด้าย400 มก. ครั้งเดียวอาจให้ซ้ำหลัง 2 สัปดาห์
พยาธิตัวตืด400 มก. วันละ 2 ครั้ง3–7 วัน
พยาธิตัวตืดในสมอง15 มก./กก./วัน แบ่งให้ 2 ครั้ง8–30 วัน พร้อมยากันชัก
พยาธิตัวจี๊ด400 มก. วันละ 2 ครั้ง21 วัน

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ถ่ายพยาธิด้วย Albendazole ในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กวัยเรียนในประเทศที่มีความชุกของพยาธิเกิน 20% โดยให้ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อควบคุมผลกระทบจากพยาธิ เช่น:

  • ภาวะโลหิตจาง
  • การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
  • พัฒนาการทางร่างกายและสมองล่าช้า

การให้อัลเบนดาโซล เป็นหนึ่งในมาตรการต้นทุนต่ำแต่ได้ผลชัดเจนในการยกระดับสุขภาพเด็กในประเทศกำลังพัฒนา


แม้จะถือว่าเป็นยาที่ปลอดภัย แต่ Albendazole อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในบางราย ได้แก่:

  • ปวดหัว คลื่นไส้ ปวดท้อง
  • มีผื่นคัน ลมพิษ (ในรายแพ้ยา)
  • เพิ่มค่าเอนไซม์ตับ (พบในการใช้ยาต่อเนื่องนาน)
  • เม็ดเลือดขาวต่ำ (เมื่อใช้ระยะยาวในโรคพยาธิระบบประสาท)

  • หญิงตั้งครรภ์: ไม่ควรใช้ โดยเฉพาะในไตรมาสแรก
  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ควรปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยโรคตับ: ควรตรวจการทำงานของตับก่อนใช้ยานาน
  • ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ: เพราะอาจทำให้พยาธิดื้อยา

ปัจจัยAlbendazoleMebendazole
ชนิดพยาธิครอบคลุมกว้างครอบคลุมเฉพาะพยาธิลำไส้
พยาธินอกลำไส้ใช้ได้ใช้ไม่ได้
การดูดซึมดูดซึมดีเมื่อกินกับไขมันดูดซึมน้อย
การใช้ในชุมชนใช้ในโครงการ WHOใช้ในบางกรณี
ราคาสูงกว่าเล็กน้อยถูกกว่า

การใช้อัลเบนดาโซล อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ อาจทำให้พยาธิบางชนิดเริ่มดื้อต่อยา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้ยาซ้ำซากโดยไม่ประเมินผล จึงมีความจำเป็นต้องใช้ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์หรือสาธารณสุขเท่านั้น


  1. ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร
  2. ดื่มน้ำสะอาด ต้มสุก
  3. ปรุงอาหารให้สุก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และปลา
  4. ใส่รองเท้าทุกครั้งเมื่อเดินบนดิน
  5. ถ่ายพยาธิในครอบครัวพร้อมกันเพื่อป้องกันติดซ้ำ

เป็นยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพสูง ครอบคลุมการรักษาได้ทั้งพยาธิในลำไส้และนอกลำไส้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการติดพยาธิเรื้อรัง การเลือกใช้ยาอย่างถูกวิธีภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือสาธารณสุขจะช่วยควบคุมการแพร่กระจายของพยาธิ ลดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมสุขภาพในระดับบุคคลและชุมชน

ยานี้แม้จะปลอดภัย แต่ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคตับ และควรใช้ควบคู่กับการปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ดี เพื่อให้การควบคุมพยาธิเกิดผล