Skip to content
Home » บทความ » โรคผิวหนังที่มากับหน้าหนาว และอาการคันในหน้าหนาว

โรคผิวหนังที่มากับหน้าหนาว และอาการคันในหน้าหนาว

ทำไมหน้าหนาวทำให้ “คัน” มากขึ้นกว่าปกติ

เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง หลายคนมักพบว่าผิวแห้ง คัน ลอก หยาบเป็นขุย หรือเป็นผื่นแดงมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา ลำตัว หน้า หรือหลัง ซึ่งอาการนี้พบได้มากในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีปัญหาผิวหนังเดิมอยู่แล้ว เช่น ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือโรคผิวหนังอักเสบ ภาวะ “ อาการคันในหน้าหนาว ” (Winter Itch หรือ Winter Pruritus) เกิดจากการที่ความชื้นในอากาศลดลง อุณหภูมิลดลง และพฤติกรรมการดูแลผิวเปลี่ยนไป เช่น อาบน้ำร้อนมากขึ้น ใช้สบู่ที่ทำให้ผิวแห้ง หรืออยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ผิวหนังจึงสูญเสียความชุ่มชื้นเร็ว ทำให้เกิดความระคายเคืองจนกลายเป็นผื่นคัน

อาการคันในหน้าหนาว ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะถ้าปล่อยไว้โดยไม่ดูแล ผิวจะยิ่งแห้ง แตก แสบ และอาจลามเป็นผื่นอักเสบได้ รวมถึงทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในช่วงฤดูหนาว

“โรคผิวหนังอีกหลายชนิด” ที่มักกำเริบในหน้าหนาว

เช่น

  • ผิวแห้งแตก (Xerosis)
  • ผื่นผิวแห้งคัน (Asteatotic eczema)
  • ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (Atopic dermatitis)
  • โรคสะเก็ดเงินกำเริบ (Psoriasis flare)
  • ผิวลมพิษเรื้อรังที่กำเริบจากอากาศเย็น
  • ผิวลอกเป็นแผ่นจากขาดความชุ่มชื้น

กลไกการเกิดผิวแห้ง คัน และอักเสบในหน้าหนาว (สำหรับคนชอบความเข้าใจเชิงลึก)

เมื่ออากาศเย็นลง

  1. ความชื้นลดลง → ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  2. น้ำในชั้นผิวระเหยเร็วขึ้น
  3. ไขมันเคลือบผิวลดลง
  4. ชั้น skin barrier สูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำ
  5. เกิดการอักเสบระดับเล็ก ๆ ในชั้นผิว (micro-inflammation)

ผลลัพธ์คือ
ผิวแห้ง → คัน → เกา → ผิวแตก → การอักเสบเพิ่มขึ้น → ผื่นลุกลาม


อาการคันในหน้าหนาว อันตรายไหม

แม้จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจเกิดผลเสียได้ เช่น

  • ผิวแตกจนติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรง
  • เกิดแผลเรื้อรังตามแขนขา
  • ผิวเป็นรอยดำ/รอยแดงหลังแผลหาย (Post-inflammatory hyperpigmentation)
  • ทำให้นอนหลับไม่สนิท กระทบชีวิตประจำวัน
  • เด็กเล็กเกาจนเป็นแผลติดเชื้อได้ง่าย

ดังนั้นอาการคันในหน้าหนาวควรดูแลอย่างจริงจัง ไม่ควรปล่อยผ่าน


ใครเสี่ยงเกิดอาการคันในหน้าหนาวมากที่สุด

กลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ
  • เด็กเล็ก
  • คนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย
  • ผู้ที่มีภูมิแพ้ผิวหนัง
  • คนที่อาบน้ำอุ่นจัด
  • คนที่ทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน
  • ผู้ที่ใช้สบู่แรงหรือใช้สครับบ่อย
  • คนผิวคล้ำ (มีแนวโน้มผิวแห้งง่ายในอากาศเย็น)

วิธีดูแลและป้องกันอาการคันในหน้าหนาว

การดูแลผิวเป็นสิ่งสำคัญมากในฤดูหนาว โดยเฉพาะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นและรักษาสมดุลผิว

1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด

ใช้น้ำอุ่นเพียงเล็กน้อย ลดเวลาการอาบน้ำ ไม่อาบน้ำนานเกิน 10 นาที เพราะน้ำร้อนทำให้ไขมันบนผิวถูกล้างออกเร็ว

2. ใช้สบู่สูตรอ่อนโยน

เลือกสบู่ที่ไม่มี SLS, ไม่มีแอลกอฮอล์, ไม่มีน้ำหอม
เหมาะกับผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย
เช่น

  • Syndet soap
  • สบู่ pH 5.5
  • เจลอาบน้ำสูตร Moisturizing

3. ทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ

ควรทาภายใน 3 นาทีหลังซับตัวให้หมาด เรียกว่า 3-minute rule เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นทันที

ส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับหน้าหนาว เช่น

  • Ceramide
  • Shea butter
  • Petrolatum
  • Hyaluronic acid
  • Glycerin
  • Squalane

4. ใช้ครีมที่มีเนื้อเข้มข้นขึ้นกว่าปกติ

ฤดูหนาวควรเปลี่ยนจากโลชั่นเป็น “ครีม” หรือ “บาล์ม” เพราะให้ความชุ่มชื้นมากกว่า

5. ดื่มน้ำมากขึ้น

อากาศเย็นทำให้คนดื่มน้ำน้อยลง ส่งผลให้ผิวขาดน้ำมากกว่าเดิม

6. ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier)

วางในห้องนอนหรือห้องทำงาน เพื่อลดปัญหาความชื้นต่ำ

7. หลีกเลี่ยงการเกาผิว

เพราะยิ่งเกายิ่งคัน และเสี่ยงทำให้ผิวเป็นแผลหรืออักเสบ

8. ใส่เสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อผิว

หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่เป็นขน แพ้ฝุ่นง่าย หรือผ้าที่เสียดสีกับผิวมากเกินไป
เลือกผ้า cotton หรือผ้านุ่มแทน


เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ผิวหนังทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

  • ผื่นคันลามต่อเนื่อง
  • ผิวแตกมีน้ำเหลืองหรือหนอง
  • ผิวบวม แดง ร้อน เจ็บ
  • คันจนรบกวนการนอน
  • คันแม้จะทาครีมบำรุงแล้ว
  • ผื่นมีเลือดออกหรือสงสัยติดเชื้อ

แพทย์อาจให้


สรุปสำคัญ

อาการคันในหน้าหนาวและโรคผิวหนังที่มากับหน้าหนาวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก แต่สามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เช่น

  • หลีกเลี่ยงน้ำร้อน
  • ใช้สบู่อ่อน
  • ทาครีมบำรุงที่เหมาะกับหน้าหนาว
  • เพิ่มความชื้นในอากาศ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ