Skip to content
Home » บทความ » โรคแพ้ภูมิตนเอง: SLE และ Guillain-Barré syndrome ภัยเงียบจากภูมิคุ้มกัน

โรคแพ้ภูมิตนเอง: SLE และ Guillain-Barré syndrome ภัยเงียบจากภูมิคุ้มกัน

โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune Diseases) คือกลุ่มของโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งมีหน้าที่ในการปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรค กลับเกิดความผิดปกติ และโจมตีเนื้อเยื่อหรืออวัยวะของร่างกายตนเองแทน ร่างกายจึงเกิดการอักเสบแบบเรื้อรังและทำลายเซลล์ตนเอง ซึ่งโรคในกลุ่มนี้มีหลากหลายชนิด ทั้งชนิดที่ส่งผลเฉพาะอวัยวะ เช่น ไทรอยด์อักเสบ เบาหวานชนิดที่ 1 หรือชนิดที่กระทบทั้งระบบ เช่น โรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) และ โรค Guillain-Barré syndrome (GBS) ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตนเองในภาพรวม โดยเฉพาะสองโรคที่มีความสำคัญและมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ได้แก่ SLE และ Guillain-Barré syndrome ซึ่งเป็นโรคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแง่ของกลไก อวัยวะเป้าหมาย และแนวทางการรักษา

ทำไมต้องรู้จักโรคแพ้ภูมิตนเอง? เพราะโรคกลุ่มนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และอาจใช้เวลานานกว่าจะได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ โรคแพ้ภูมิตนเองยังมีอาการหลากหลาย ซับซ้อน และเลียนแบบโรคอื่นได้ จึงมักทำให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกเริ่ม

SLE

กลไกการเกิดโรคแพ้ภูมิตนเอง

ระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร?

ระบบภูมิคุ้มกันประกอบด้วยเซลล์และโมเลกุลที่ทำงานร่วมกันเพื่อตรวจจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือเซลล์ผิดปกติ โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การจดจำสิ่งแปลกปลอม (non-self)” อย่างไรก็ตาม ในโรคแพ้ภูมิตนเอง กระบวนการนี้เกิดความผิดพลาด ร่างกายไม่สามารถแยกแยะระหว่าง “self” และ “non-self” ได้ จึงโจมตีเซลล์และเนื้อเยื่อตนเอง

สาเหตุของการเกิดโรค

สาเหตุของโรคแพ้ภูมิตนเองยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่:

  • พันธุกรรม: คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิต้านตนเอง มีความเสี่ยงมากขึ้น
  • ฮอร์โมน: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองมากกว่าผู้ชาย
  • สิ่งแวดล้อม: เช่น การติดเชื้อ ไวรัส แสง UV ความเครียด สารเคมีบางชนิด
  • การกระตุ้นภูมิคุ้มกันผิดปกติ: บางเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอาจทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานที่ทำลายตัวเอง

โรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus)

SLE คืออะไร?

โรค SLE เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาทำลายเซลล์และอวัยวะของตนเอง โดยเฉพาะผิวหนัง ข้อต่อ ไต หัวใจ สมอง และระบบเลือด ถือเป็นโรคที่ส่งผลกระทบทั่วทั้งร่างกาย (Systemic)

อาการของโรค SLE

อาการของ SLE มีความหลากหลาย ได้แก่:

  • ผื่นแดงรูปปีกผีเสื้อบนใบหน้า
  • ข้ออักเสบ ปวดบวมข้อต่อ
  • ไข้ต่ำเรื้อรัง
  • ผมร่วงผิดปกติ
  • ปัสสาวะเป็นฟอง (ภาวะโปรตีนรั่วในไต)
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจลึก
  • เหนื่อยง่าย โลหิตจาง

บางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นไตวายหรืออาการทางสมอง เช่น ชัก หลงลืม ซึมเศร้า

การวินิจฉัยโรค SLE

การวินิจฉัย SLE ต้องอาศัยการรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง:

  • อาการทางคลินิก
  • การตรวจเลือด: เช่น ANA (Antinuclear antibody), Anti-dsDNA, Complement (C3, C4)
  • การตรวจปัสสาวะ: ตรวจหาการรั่วของโปรตีน
  • การตรวจไตหรืออวัยวะที่สงสัย

องค์กร ACR และ EULAR มีเกณฑ์ในการวินิจฉัยที่ต้องเข้าเกณฑ์หลายข้อร่วมกัน

การรักษา SLE

แนวทางรักษาแบ่งตามความรุนแรง:

  • เบา: ใช้ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs), ยา Plaquenil
  • ปานกลาง: ยากดภูมิ (Steroids, Methotrexate, Azathioprine)
  • รุนแรง: ยาเคมีบำบัด (Cyclophosphamide), ชีวภาพ (Belimumab)

เป้าหมาย: ควบคุมอาการให้นานที่สุด, ป้องกันอวัยวะถูกทำลาย และลดผลข้างเคียงจากยา

การดูแลตนเองในผู้ป่วย SLE

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด
  • รับประทานยาอย่างเคร่งครัด
  • หมั่นตรวจสุขภาพและวัดค่าการทำงานของไต
  • ลดความเครียด นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

Guillain-Barré syndrome (GBS)

GBS คืออะไร?

Guillain-Barré syndrome (GBS) คือโรคแพ้ภูมิตนเองที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีปลอกไมอีลินของเส้นประสาทส่วนปลาย ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบรวดเร็ว โดยเริ่มจากขา แล้วลามขึ้นมาที่แขนและระบบทางเดินหายใจ

ลักษณะสำคัญของ GBS

  • มักเกิด หลังจากการติดเชื้อ เช่น ไวรัส หรือแบคทีเรีย (เช่น Campylobacter jejuni)
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงในเวลาไม่กี่วันถึงสัปดาห์
  • อาการสมมาตรทั้งสองข้าง
  • ในบางรายอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

อาการของ GBS

  • อ่อนแรงกล้ามเนื้อ (จากขา ขึ้นมาถึงแขน)
  • ชา ปลายมือปลายเท้า
  • เดินไม่ได้
  • กลืนลำบาก พูดลำบาก
  • หายใจเหนื่อย (กรณีรุนแรง)
  • ปัญหาระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ความดันโลหิตแปรปรวน

การวินิจฉัย GBS

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • ตรวจน้ำไขสันหลัง (พบโปรตีนสูงแต่เม็ดเลือดขาวปกติ)
  • การทดสอบเส้นประสาทไฟฟ้า (EMG, NCS)

การรักษา GBS

  • IVIG (Immunoglobulin therapy) ให้ทางหลอดเลือดดำ
  • Plasmapheresis (เปลี่ยนถ่ายพลาสมา)
  • การดูแลประคับประคอง: เครื่องช่วยหายใจ, กายภาพบำบัด, ป้องกันแผลกดทับ

แนวโน้มการฟื้นตัวของ GBS

  • ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 6 เดือน – 1 ปี
  • ประมาณ 80% ฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์
  • 5–10% อาจมีความพิการถาวร

เปรียบเทียบ SLE กับ GBS

หัวข้อSLEGuillain-Barré syndrome (GBS)
ลักษณะโรคแพ้ภูมิชนิดเรื้อรังทั่วร่างกายแพ้ภูมิแบบเฉียบพลันต่อเส้นประสาท
อวัยวะเป้าหมายไต, ผิวหนัง, ข้อต่อ, เลือดเส้นประสาทส่วนปลาย
การดำเนินโรคเป็นๆ หายๆ, เรื้อรังเฉียบพลัน อาการถึงจุดสูงสุดใน 4 สัปดาห์
การรักษายากดภูมิ, Steroid, BiologicIVIG, Plasmapheresis
เพศที่พบบ่อยหญิงมากกว่าชายพบได้เท่ากันในทุกเพศ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: โรคแพ้ภูมิตนเองหายขาดได้ไหม?
A: โดยทั่วไป โรคกลุ่มนี้ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ด้วยยาและการดูแลตนเองอย่างใกล้ชิด

Q: โรค SLE กับ GBS อันตรายแค่ไหน?
A: ทั้งสองโรคอาจอันตรายถึงชีวิตหากไม่รักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหากมีภาวะไตวายใน SLE หรือกล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาตใน GBS

Q: มีวิธีป้องกันโรคแพ้ภูมิตนเองหรือไม่?
A: ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และลดความเครียดอาจช่วยลดความเสี่ยงได้


สรุป

โรคแพ้ภูมิตนเอง เช่น SLE และ Guillain-Barré syndrome เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง โดยทั้งสองโรคมีความซับซ้อนในกลไกและต้องการการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยควรได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ รักษาต่อเนื่อง และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับโรคเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรง โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ