Skip to content
Home » บทความ » Fenofibrate (ฟีโนไฟเบรต) ยาลดไขมันในเลือด

Fenofibrate (ฟีโนไฟเบรต) ยาลดไขมันในเลือด

ยาในกลุ่ม Fibrate เป็นหนึ่งในกลุ่มยาที่มีบทบาทในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับไขมันดี HDL ซึ่งทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มผู้ที่มีความผิดปกติของไขมันที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วย Statin เพียงอย่างเดียว ยา Fenofibrate คือหนึ่งในยากลุ่มนี้ที่มีประสิทธิภาพสูง และมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกสำคัญในแผนการดูแลผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง

Fenofibrate ได้รับความนิยมในการใช้อย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง หรือผู้ที่มี HDL ต่ำ ทั้งในผู้ป่วยเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ซึ่งงานวิจัยต่าง ๆ สนับสนุนว่า ฟีโนไฟเบรต ไม่เพียงแต่ช่วยลดระดับไขมันในเลือด แต่ยังมีผลต่อการลดการอักเสบในหลอดเลือด และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในระยะยาวได้

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ หรือ Dyslipidemia คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารไขมันสูง การสูบบุหรี่ และการไม่ออกกำลังกาย หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการดูแลสุขภาพในผู้ที่มีไขมันผิดปกติ คือการควบคุมระดับไขมันให้สมดุล ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจในระยะยาว

ฟีโนไฟเบรต เป็นยาลดไขมันในเลือดชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่ม Fibrate ออกฤทธิ์โดยตรงต่อการสลายไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ และช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือไขมันดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจ

ยานี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีไขมันผิดปกติประเภท “atherogenic dyslipidemia” ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน หรือกลุ่ม metabolic syndrome โดยมีลักษณะคือ ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ต่ำ และ LDL อาจปกติหรือค่อนข้างต่ำ แต่มีลักษณะเล็กและหนาแน่น (small dense LDL)


ฟีโนไฟเบรตออกฤทธิ์ผ่านการกระตุ้นตัวรับในเซลล์ตับและเนื้อเยื่อไขมันที่เรียกว่า PPAR-α (Peroxisome proliferator-activated receptor alpha) ซึ่งมีผลกระตุ้นการสลายกรดไขมัน และลดการสร้างไตรกลีเซอไรด์

  • เพิ่มการสลายไขมันโดยกระตุ้นเอนไซม์ lipoprotein lipase
  • ลดการสร้าง VLDL (very low-density lipoprotein) ซึ่งเป็นตัวการผลิตไตรกลีเซอไรด์
  • เพิ่มการสร้าง ApoA-I และ ApoA-II ที่มีบทบาทในการเพิ่ม HDL
  • ลดการอักเสบภายในหลอดเลือด
  • ลดการเกิดลิ่มเลือดโดยลดระดับ fibrinogen

ผลรวมของกลไกเหล่านี้ทำให้ ฟีโนไฟเบรต สามารถลดความเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งตัวและลดโอกาสเกิดโรคหัวใจในระยะยาว


ฟีโนไฟเบรต มีความสามารถในการลดไขมันเฉพาะด้านได้อย่างมีนัยสำคัญ:

ประเภทไขมันการเปลี่ยนแปลงโดย Fenofibrate
ไตรกลีเซอไรด์ลดลง 30–60%
HDL (ไขมันดี)เพิ่มขึ้น 10–25%
LDL (ไขมันเลว)ลดเล็กน้อยหรือนิ่ง
VLDLลดลงชัดเจน

การลดลงของไตรกลีเซอไรด์และการเพิ่มขึ้นของ HDL ส่งผลโดยตรงต่อการลดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (atherosclerosis) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด


กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานมักมีลักษณะของไขมันผิดปกติที่เรียกว่า diabetic dyslipidemia ซึ่งฟีโนไฟเบรตเหมาะสมมากในการรักษา

งานวิจัยสำคัญ:

FIELD Study (Fenofibrate Intervention and Event Lowering in Diabetes) เป็นการศึกษาระยะยาวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า:

  • ฟีโนไฟเบรต ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานที่ตา (diabetic retinopathy)
  • ลดความถี่ของภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (PAD)
  • แม้ผลต่อหัวใจโดยรวมไม่ชัดเจนในทุกกลุ่ม แต่ในกลุ่มที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงและ HDL ต่ำ กลับเห็นผลชัดเจนขึ้น

ฟีโนไฟเบรตมักถูกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้:

  1. ไตรกลีเซอไรด์สูง > 500 mg/dL เพื่อป้องกันโรคตับอ่อนอักเสบ
  2. ภาวะไขมันผิดปกติแบบ atherogenic dyslipidemia
  3. ใช้ร่วมกับ Statin เมื่อควบคุม LDL ได้แล้ว แต่ HDL ยังคงต่ำ และไตรกลีเซอไรด์ยังสูง
  4. ในผู้ที่แพ้หรือไม่สามารถใช้ Statin ได้

ขนาดที่แนะนำ:

  • 145 มก. วันละครั้ง พร้อมอาหาร
  • บางสูตรอาจใช้ขนาด 160 มก. หรือ 200 มก. ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ

ข้อควรจำ:

  • ควรรับประทานพร้อมอาหารเพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ Statin หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเสี่ยงกล้ามเนื้ออักเสบ

ฟีโนไฟเบรต มักปลอดภัยในผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจพบได้:

ผลข้างเคียงทั่วไป:

  • ปวดท้อง คลื่นไส้
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย

ผลข้างเคียงที่รุนแรง (พบได้น้อย):

  • ตับอักเสบ (ต้องตรวจค่า SGOT, SGPT)
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • กล้ามเนื้ออักเสบ (myopathy) หรือ rhabdomyolysis
  • ไตทำงานผิดปกติในบางราย

  1. ตรวจการทำงานของตับและไตก่อนเริ่มยา
  2. หลีกเลี่ยงในผู้ที่มีโรคถุงน้ำดี หรือเคยมีนิ่ว
  3. ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์
  4. ใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะ Statin

คุณสมบัติFenofibrateGemfibrozil
การลดไตรกลีเซอไรด์30–60%30–50%
การเพิ่ม HDL10–25%10–20%
ใช้ร่วมกับ Statin ได้ปลอดภัยกว่าเสี่ยงกล้ามเนื้ออักเสบสูงกว่า
การออกฤทธิ์ยาวกว่า (1x/วัน)2x/วัน
การขับออกไตตับ

การใช้ยาเพื่อลดไขมันในเลือดควรดำเนินร่วมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ:

  • รับประทานอาหารไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง
  • หลีกเลี่ยงของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน และน้ำตาล
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ลดน้ำหนักหากมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ตรวจระดับไขมัน ตับ และไต เป็นระยะ

คือยาลดไขมันในเลือดที่มีจุดเด่นในการลดไตรกลีเซอไรด์และเพิ่มไขมันดี (HDL) เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะ dyslipidemia แบบเฉพาะ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงผิดปกติ

ด้วยกลไกที่ลงลึกถึงระดับเซลล์ ผ่านการกระตุ้น PPAR-α ทำให้ ฟีโนไฟเบรต ไม่เพียงแต่ลดไขมัน แต่ยังช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด ลดการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว ยานี้จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในแผนการดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีจาก Statin เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ฟีโนไฟเบรต ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น โดยต้องมีการติดตามผลเลือดอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรซื้อใช้เองโดยเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แอดไลน์เพื่อปรึกษาเภสัชกรเพิ่มเติม