Skip to content
Home » บทความ » ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อนจากการไม่รักษาหนองใน อันตรายกว่าที่คิดหรือไม่?

ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อนจากการไม่รักษาหนองใน อันตรายกว่าที่คิดหรือไม่?

👉โรคหนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ แม้ในระยะเริ่มต้นอาการมักดูเหมือนไม่รุนแรง เช่น คันในท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบ หรือมีหนองไหลออกจากปลายอวัยวะเพศ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง หรือปล่อยให้เชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน การอักเสบอาจไม่หยุดอยู่เพียงแค่บริเวณท่อปัสสาวะเท่านั้น

หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและพบได้จริงในทางการแพทย์ คือ ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Urethritis) ซึ่งเป็นภาวะที่เยื่อบุภายในท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการคัน แสบ ระคายเคือง หรือปัสสาวะผิดปกติเป็นเดือนหรือเป็นปี แม้ว่าบางครั้งจะไม่พบหนองไหลเหมือนในระยะแรกของโรคก็ตาม

🦠🦠ปัญหาที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าเมื่ออาการหนองไหลลดลงหรือหายไปเอง แสดงว่าโรคหายแล้ว จึงไม่ได้เข้ารับการรักษา ส่งผลให้เชื้อยังคงก่อการอักเสบอยู่ภายในระบบทางเดินปัสสาวะ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้น เช่น ท่อปัสสาวะตีบ หลอดเก็บอสุจิอักเสบ อัณฑะอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก และการแพร่เชื้อไปยังคู่นอน

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังจากการไม่รักษาหนองใน สาเหตุ กลไกการเกิดโรค อาการที่ควรสังเกต แนวทางการรักษา และวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว


ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร?

ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Urethritis) คือ ภาวะที่เยื่อบุภายในท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบต่อเนื่องนานกว่า 6 สัปดาห์ หรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ซ้ำหลายครั้ง

ภาวะนี้แตกต่างจากท่อปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันตรงที่

  • อาการมักไม่รุนแรงมาก
  • เป็นต่อเนื่องยาวนาน
  • รักษายากกว่า
  • อาจมีพังผืดเกิดขึ้นภายในท่อปัสสาวะ

ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการรบกวนชีวิตประจำวันเป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ


หนองในเกี่ยวข้องกับท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอย่างไร?

1. โรคหนองในเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เยื่อบุท่อปัสสาวะ เชื้อที่พบบ่อย ได้แก่

หนองในแท้ 👉 Neisseria gonorrhoeae

หนองในเทียม 👉 Chlamydia trachomatis

2. เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเกาะติดกับเซลล์เยื่อบุท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ

3. หากไม่ได้รับการรักษา

  • เชื้อจะเพิ่มจำนวน
  • เกิดการอักเสบเรื้อรัง
  • เซลล์ถูกทำลาย
  • เกิดพังผืดตามมา

4. ส่งผลให้กลายเป็นท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังในที่สุด

แสบท่อปัสสาวะ

⚠️ทำไมบางคนไม่รักษาหนองใน?

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ อาการหายเองชั่วคราว

ผู้ป่วยหลายคนพบว่า

  • หนองลดลง
  • ปัสสาวะแสบลดลง

จึงเข้าใจผิดว่าโรคหายแล้ว ทั้งที่เชื้อยังคงอยู่

ไม่มีอาการ

โดยเฉพาะหนองในเทียม ผู้ป่วยจำนวนมากแทบไม่มีอาการเลย

ซื้อยารับประทานเอง

***ได้รับยาที่ไม่เหมาะสม ทำให้อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่กำจัดเชื้อไม่ได้

ไม่กล้าพบแพทย์

เกิดจากความอายหรือความกังวล


⚠️ กลไกการเกิดท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

เมื่อเชื้อหนองในอยู่ในท่อปัสสาวะเป็นเวลานาน

ร่างกายจะตอบสนองโดย

  • ส่งเม็ดเลือดขาวมาจำนวนมาก
  • หลั่งสารก่ออักเสบ
  • เกิดการบวมของเยื่อบุ

หากการอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่อง

จะนำไปสู่

  • การซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิดปกติ
  • การเกิดพังผืด
  • การตีบแคบของท่อปัสสาวะ

⚠️อาการของท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

อาการอาจแตกต่างกันในแต่ละคน

แต่ที่พบบ่อย ได้แก่

คันในท่อปัสสาวะเรื้อรัง

เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด

ผู้ป่วยมักรู้สึก


⚠️ปัสสาวะแสบเป็น ๆ หาย ๆ

อาการอาจไม่รุนแรง

แต่เกิดซ้ำบ่อย

โดยเฉพาะ

  • ตอนเช้า
  • หลังดื่มน้ำน้อย
  • หลังมีเพศสัมพันธ์

⚠️มีมูกใสออกจากปลายอวัยวะเพศ

แตกต่างจากหนองในเฉียบพลัน

ซึ่งมักมีหนองสีเหลืองหรือเขียว


⚠️ รู้สึกไม่สุดหลังปัสสาวะ

เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุ

ทำให้เกิดความรู้สึกค้างอยู่ในท่อปัสสาวะ


⚠️ ปวดบริเวณปลายอวัยวะเพศ

บางรายมีอาการ

  • แสบ
  • เจ็บ
  • ระคายเคืองตลอดวัน

🔍🔍 อาการที่บ่งบอกว่าการอักเสบรุนแรงขึ้น

ได้แก่

อาจบ่งชี้ถึงภาวะท่อปัสสาวะตีบ


🩺ท่อปัสสาวะตีบ ภาวะแทรกซ้อนสำคัญของหนองใน

ท่อปัสสาวะตีบคืออะไร?

ภาวะที่พังผืดภายในท่อปัสสาวะทำให้ช่องทางเดินปัสสาวะแคบลง


อาการของท่อปัสสาวะตีบ

  • ปัสสาวะช้า
  • ปัสสาวะไม่พุ่ง
  • ต้องเบ่ง
  • ปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะบ่อย

อันตรายของท่อปัสสาวะตีบ

หากรุนแรง

อาจเกิด

  • ปัสสาวะค้าง
  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ไตเสื่อม

ได้ในระยะยาว


🩺หลอดเก็บอสุจิอักเสบ (Epididymitis)

เชื้อหนองในสามารถลุกลามจากท่อปัสสาวะไปยัง

หลอดเก็บอสุจิ

ทำให้เกิด

  • ปวดอัณฑะ
  • บวม
  • เจ็บเวลาเดิน

🩺อัณฑะอักเสบ (Orchitis)

ในบางราย

การติดเชื้ออาจลุกลามเข้าสู่อัณฑะ

ทำให้

  • ปวดมาก
  • บวมแดง
  • มีไข้

🩺ภาวะมีบุตรยาก

การอักเสบเรื้อรังสามารถทำให้

  • ทางเดินอสุจิตีบ
  • การสร้างอสุจิลดลง
  • คุณภาพอสุจิแย่ลง

เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก


🩺ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง

เชื้ออาจแพร่เข้าสู่ต่อมลูกหมาก

ทำให้เกิด

  • ปวดอุ้งเชิงกราน
  • ปวดเวลาหลั่ง
  • ปัสสาวะผิดปกติ

เป็นเวลานาน


🩺หนองในสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้หรือไม่?

ได้ แม้พบไม่บ่อย

เรียกว่า

อาการได้แก่

  • ไข้
  • ปวดข้อ
  • ผื่น
  • ข้ออักเสบ

ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์


ผู้หญิงมีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

หากไม่ได้รับการรักษา

อาจเกิด

🩺อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)

🩺ท่อนำไข่อักเสบ

🩺ตั้งครรภ์นอกมดลูก

🩺ภาวะมีบุตรยาก


จะรู้ได้อย่างไรว่าหนองในกลายเป็นท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังแล้ว?

ควรสงสัยหาก

  • เคยเป็นหนองในมาก่อน
  • มีอาการนานเกิน 6 สัปดาห์
  • คันหรือแสบเป็น ๆ หาย ๆ
  • รักษาแล้วไม่หายขาด

👉แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

ซักประวัติ

  • ประวัติเสี่ยง
  • การรักษาเดิม
  • อาการปัจจุบัน

ตรวจร่างกาย

ตรวจปัสสาวะ

ตรวจ PCR หาเชื้อ

อัลตราซาวด์

ส่องกล้องท่อปัสสาวะ

ในบางกรณี


👉ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังรักษาหายหรือไม่?

ส่วนใหญ่รักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง


💊 แนวทางการรักษา

รักษาเชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่

ด้วยยาปฏิชีวนะตามผลตรวจ


รักษาคู่นอน

เพื่อลดการติดเชื้อซ้ำ


รักษาภาวะท่อปัสสาวะตีบ

อาจต้อง

  • ขยายท่อปัสสาวะ
  • ผ่าตัดแก้ไข

ในรายที่รุนแรง


🌷🌷วิธีป้องกันไม่ให้เกิดท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

รักษาหนองในทันที

เมื่อได้รับการวินิจฉัย

รับประทานยาครบตามแพทย์สั่ง

งดเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหาย

รักษาคู่นอนพร้อมกัน

ตรวจติดตามหลังรักษา


🐱🐱คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หนองในหายเองได้หรือไม่?

อาการอาจลดลงเอง แต่เชื้อส่วนใหญ่มักไม่หายเอง

ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอันตรายหรือไม่?

อาจนำไปสู่ท่อปัสสาวะตีบ ภาวะมีบุตรยาก และการติดเชื้อเรื้อรังได้

คันในท่อปัสสาวะนานหลายเดือนเกี่ยวกับหนองในหรือไม่?

เป็นไปได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เคยมีประวัติหนองในหรือมีเพศสัมพันธ์เสี่ยง

รักษาหนองในแล้ว ยังแสบอยู่เกิดจากอะไร?

อาจเกิดจากการอักเสบที่ยังหลงเหลืออยู่ ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง หรือมีการติดเชื้ออื่นร่วมด้วย

ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ควรตรวจหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส HIV และประเมินภาวะแทรกซ้อนตามอาการ


🌸🌸สรุป

➡️ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนสำคัญของการไม่รักษาหนองใน หรือรักษาไม่ครบถ้วน โดยเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุท่อปัสสาวะที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการคัน แสบ ระคายเคือง ปัสสาวะผิดปกติ และในบางรายอาจเกิดพังผืดจนทำให้ท่อปัสสาวะตีบ

นอกจากนั้น การปล่อยให้เชื้อหนองในอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ หลอดเก็บอสุจิอักเสบ อัณฑะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก และการแพร่เชื้อไปยังคู่นอน ดังนั้นเมื่อมีอาการสงสัยหนองใน เช่น คันในท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบ หรือมีหนองไหล ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ