หลายคนหลังช่วยตัวเองมีอาการ แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบ หรือรู้สึกระคายเคืองหลังช่วยตัวเอง มักเกิดความกังวลว่า
⚠️ช่วยตัวเองบ่อยเกินไปจนเป็นหนองในได้หรือไม่
⚠️ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลย แต่ช่วยตัวเองทุกวัน
ทำไมถึงมีอาการคล้ายหนองใน
คำตอบที่สำคัญคือ:
การช่วยตัวเองบ่อยๆไม่ได้ทำให้เกิดโรคหนองในได้โดยตรง แต่ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบซึ่งทำให้มีอาการแสบ หรือหากปล่อยไว้อาจทำให้ติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะเพิ่มเติม เช่น เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ จึงอาจทำให้มีอาการคล้ายหนองในได้ แต่หากมีหนองออกมาที่ท่อปัสสาวะร่วมกับอาการแสบหรือคัน แนะนำให้ตรวจการติดเชื้อและสงสัยเชื้อหนองใน

คำถามต่อมา ➡️ แล้วอาการที่เป็นนี้ ควรทานยารักษา หนองในหรือไม่?
คำตอบที่สำคัญคือ :
เนื่องจากโรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
Neisseria gonorrhoeaeซึ่งต้องได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อเท่านั้น ในผู้ที่มีอาการของท่อปัสสาวะอักเสบจากการช่วยตนเองบ่อยๆ จึงต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น มีหนองออกมาจากปลายท่อปัสสาวะ ร่วมกับแสบขัดของท่อปัสสาวะ กรณีนี้จะพิจารณาทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรียรวมถึงฆ่าเชื้อหนองในด้วยจะดีที่สุดอย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิดอาการหลายอย่างที่คล้าย หนองใน เช่น แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ หรือระคายเคืองบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าตนเองติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งหากมีอาการทีมีหนองร่วมด้วยให้ตรวจเชื้อหนองในจะชัดเจนที่สุด
**บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่าการช่วยตัวเองเกี่ยวข้องกับอาการเหล่านี้อย่างไร และเมื่อใดที่ควรสงสัยโรคหนองในจริง ๆ

โรคหนองในคืออะไร?
หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เชื้อจะเข้าไปเกาะและเพิ่มจำนวนที่เยื่อบุของระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งตำแหน่งที่สามารถติดเชื้อหนองในที่พบบ่อย ได้แก่
- ท่อปัสสาวะ : แสบขัด หรือคัน หรือบวม หรืออาจไม่มีอาการใดๆ
- ปากมดลูก : พบในเพศหญิง มีตกขาวสีเขียวหรือเหลือง อาจคัน ใช้ยาฆ่าเชื้อทั่วไปไม่สามารถรักษาหายได้ อาการคล้ายกับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น
- ทวารหนัก : แสบ หรือคัน หรือบวม หรืออาจไม่มีอาการใดๆ
- คอหอย : พบหนองในช่องคอ อาจมีสีเขียวหรือเหลือง หรือเจ็บคอเป็นเวลานาน ใช้ยาฆ่าเชื้อทั่วไปไม่สามารถรักษาหายได้
- เยื่อบุตา : แสบ ตาแดง มีหนองในตา อาจเกิดจากเชื้อหนองในเข้าตา
เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้นจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดอาการต่าง ๆ ตามมาหากไม่รีบรักษา

🔎หนองในติดต่อได้อย่างไร?

กลไกสำคัญ คือ เชื้อจากผู้ติดเชื้อสัมผัสกับเยื่อบุที่ไวต่อการติดเชื้อของอีกฝ่าย แล้วเกาะติดและเพิ่มจำนวนในเซลล์เยื่อบุ จนทำให้เกิดการอักเสบ ช่องทางหลักของการติดเชื้อ ได้แก่
1. การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
กลไกการติดเชื้อ: ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ สารคัดหลั่งและเชื้อจากบริเวณที่ติดเชื้อของฝ่ายหนึ่งสามารถสัมผัสเยื่อบุของอีกฝ่ายได้
2. การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
กลไกการติดเชื้อ: เชื้อสัมผัสเยื่อบุภายในทวารหนักระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และเกาะติดเซลล์เยื่อบุบริเวณนั้น
3. การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex)
การมีเพศสัมพันธ์ทางปากสามารถทำให้เกิดหนองในบริเวณคอหรืออวัยวะเพศได้ โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีเชื้อและตำแหน่งที่สัมผัสกัน
- ใช้ปากสัมผัสอวัยวะเพศของผู้ติดเชื้อ: เชื้อจากอวัยวะเพศอาจสัมผัสเยื่อบุในช่องปากหรือคอ และทำให้เกิดหนองในคอ
- ใช้อวัยวะเพศสัมผัสปากของผู้ติดเชื้อหนองในคอ: เชื้อจากคออาจสัมผัสเยื่อบุบริเวณท่อปัสสาวะหรืออวัยวะเพศ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้
4. การสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ
เชื้อหนองในสามารถถ่ายทอดได้เมื่อสารคัดหลั่งที่มีเชื้อสัมผัสเยื่อบุที่ไวต่อการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุท่อปัสสาวะ คอ หรือทวารหนัก
ตัวอย่างเช่น ระหว่างกิจกรรมทางเพศที่มีการสัมผัสอวัยวะเพศและสารคัดหลั่งโดยตรง เชื้ออาจถูกถ่ายทอดไปยังเยื่อบุของอีกฝ่ายได้ อย่างไรก็ตาม การสัมผัสสารคัดหลั่งบนผิวหนังภายนอกที่ปกติ ไม่ได้หมายความว่าจะติดหนองในโดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สัมผัสและลักษณะการสัมผัสเชื้อ
5. การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างคลอด
กลไกการติดเชื้อ: ทารกสัมผัสสารคัดหลั่งจากช่องคลอดที่มีเชื้อขณะคลอด ทำให้เชื้อเข้าสู่เยื่อบุตาได้

🔎การช่วยตัวเอง ทำให้เป็นหนองในได้ไหม?
คำตอบคือ
การใช้มือช่วยตนเองในที่สะอาดจะไม่ทำให้เกิดหนองใน แต่หากมีอาการคล้ายหนองใน เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ เจ็บหรือแสบ แต่ไม่มีหนอง นั่นอาจมาจากช่วยตนเองบ่อยมากจนท่อปัสสาวะอักเสบแต่ไม่มีการติดเชื้อ
🔎ถ้ามีหนอง ร่วมกับอาการแสบ หรือคัน คือหนองในไหม?
คำตอบคือ
อาจมีโอกาสเป็นเชื้อหนองในได้ ต้องตรวจหนองจึงจะยืนยันได้ชัดเจน แต่การมีหนองเป็นภาวะบ่งบอกของการติดเชื้อในท่อปัสสาวะ อย่างไรไม่ควรปล่อยไว้หากอาการเป็นมานานเกิน 3 วันให้พิจารณาพบแพทย์หรือเภสัชกร
ปัจจัยที่อาจทำให้การช่วยตนเอง และ เกิดการติดหนองในและมีหนองได้
คือ
มีการได้รับเชื้อหนองในจากภายนอก เช่น การใช้ของเล่นช่วยตนเอง โดยไม่ได้ทำความสะอาดทุกครั้ง หรืออาจเนื่องมาจากการช่วยตนเองในที่สาธารณะมีการสัมผัสตัวเชื้อมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
🔎ช่วยตัวเองแล้ว มีอาการแสบ แต่ไม่มีหนอง
คำตอบคือ:
การช่วยตัวเองบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิด การระคายเคือง การอักเสบเล็กน้อย การเสียดสีของเยื่อบุ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการคล้ายโรคหนองในได้
กลไกการเกิดอาการระคายเคืองจากการช่วยตัวเอง
1. การเสียดสีซ้ำ ๆ
ขณะช่วยตัวเอง ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปลายอวัยวะเพศจะถูกเสียดสี หากเกิดบ่อยเกินไป อาจทำให้ ผิวหนังแดง เยื่อบุบวม เกิดการอักเสบเล็กน้อย
2. ปลายประสาทถูกกระตุ้น
การเสียดสีต่อเนื่อง ทำให้ปลายประสาทรับความรู้สึกไวมากขึ้น จึงเกิดอาการ แสบ คัน ระคายเคือง ได้แม้ไม่มีการติดเชื้อใดๆก็ตาม
3. เยื่อบุท่อปัสสาวะเกิดการอักเสบ
ในบางราย แรงเสียดสีอาจส่งผลถึงบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดแสบขณะปัสสาวะ ระคายเคืองหลังปัสสาวะ ซึ่งคล้ายอาการของหนองใน
4. ผิวหนังแห้งและแตก
การช่วยตัวเองโดยไม่มีสารหล่อลื่น อาจทำให้ ผิวแห้ง ลอก แดง แสบ ได้เช่นกัน

อาการที่เกิดจากการช่วยตัวเองบ่อย
แสบปลายอวัยวะเพศ
คันบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะ
ระคายเคืองหลังหลั่ง
แสบเล็กน้อยขณะปัสสาวะ
ผิวหนังแดง หรือม่วงคล้ำ
หนังหุ้มปลายบวมเล็กน้อย
รู้สึกตึงหรือเจ็บหลังช่วยตัวเอง
อาการแบบไหนที่ไม่ใช่ผลจากการช่วยตัวเอง?
🐝มีหนองไหล ** กรณีนี้ควรตรวจหนองใน
มีตกขาวผิดปกติ
ปัสสาวะแสบมาก
มีเลือดออกจากท่อปัสสาวะ
ปวดอัณฑะ หรืออัณฑะบวม
มีไข้ รู้สึกปวดเมื่อยไม่สบายตัว
มีแผลหรือตุ่มขึ้น
อาการไม่ดีขึ้นหลายวัน

ความแตกต่าง ระหว่างอาการจาก การช่วยตัวเอง กับ หนองใน
| อาการ | ช่วยตัวเองบ่อย | หนองใน |
|---|---|---|
| แสบปลายอวัยวะเพศ | พบได้ | พบได้ |
| คัน | พบได้ | พบได้ |
| หนองไหล | ไม่ค่อยพบ | พบบ่อย |
| ปัสสาวะแสบ | พบได้เล็กน้อย | พบบ่อย |
| มีไข้ | ไม่พบ | อาจพบ |
| ประวัติเสี่ยงทางเพศ | ไม่มี | มักมี |
🌱ช่วยตัวเองทุกวัน อันตรายไหม?
โดยทั่วไป “ไม่ถือว่าเป็นอันตราย”
หากไม่ส่งผลต่อ
- การใช้ชีวิต
- การทำงาน
- สุขภาพจิต
- ความสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเกิดการระคายเคืองเฉพาะที่
🌱ช่วยตัวเองวันละหลายครั้ง ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบไหม?
คำตอบคือ “อาจทำให้เกิดได้” ในบางรายอาจทำให้เกิด Non-infectious Urethritis
หรือท่อปัสสาวะอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ส่งผลให้เกิด …
- แสบ
- คัน
- ระคายเคือง
แต่ไม่ใช่โรคหนองใน ข้อมูลเพิ่มเติม ➡️ บทความท่อปัสสาวะอักเสบ
🌱ช่วยตัวเองแล้วมีน้ำใสไหล เป็นหนองในไหม?
ไม่จำเป็น น้ำใสอาจเป็น : สารหล่อลื่นตามธรรมชาติ น้ำอสุจิที่ตกค้าง สารคัดหลั่งจากต่อมคาวเปอร์
แต่หากมีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ควรตรวจเพิ่มเติม
🌱ช่วยตัวเองแล้วปัสสาวะแสบ เป็นหนองในไหม?
อาจเกิดจาก
- การระคายเคือง
- การอักเสบจากการเสียดสี
- ภาวะขาดน้ำ
แต่หากอาการไม่หาย หรือมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
🌱ช่วยตัวเองแล้วมีหนองไหล ควรกังวลไหม?
คำตอบคือ : ควรกังวล เพราะการเกิดหนองบ่งบอกถึงการติดเชื้อ
หากมี
- หนองสีขาว
- หนองสีเหลือง
- หนองสีเขียว
ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหา
- หนองใน
- หนองในเทียม
- ท่อปัสสาวะอักเสบจากเชื้อ

🌱ถ้าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลย จะเป็นหนองในได้ไหม?
โอกาสต่ำมาก เพราะหนองในเป็นโรคที่ต้องได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อหรืออาจได้รับเชื้อจากภายนอก
ดังนั้นหากไม่มีประวัติความเสี่ยง อาการที่เกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับ
- การระคายเคือง
- การอักเสบ
- โรคผิวหนัง
- ภาวะอื่น ๆ
🌱เมื่อใดควรตรวจหนองใน?
ควรตรวจหากมี
- มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน
- คู่นอนใหม่
- Oral Sex
- มีหนองไหล
- ปัสสาวะแสบ
- คันในท่อปัสสาวะ
- คู่นอนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
วิธีตรวจหนองใน
ปัจจุบันนิยมใช้
📍”NAAT”

เป็นการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อ มีความแม่นยำสูง
👉หนองในรักษาหายไหม?
คำตอบคือ
รักษาหายได้
หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมด้วยยาปฏิชีวนะตามแนวทางมาตรฐาน เนื่องจากเชื้อดื้อยาค่อนข้างมาก

วิธีลดการระคายเคืองจากการช่วยตัวเอง
ใช้สารหล่อลื่น
ช่วยลดแรงเสียดสี
หลีกเลี่ยงการใช้แรงมากเกินไป
พักหากมีอาการเจ็บหรือแสบ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
รักษาความสะอาดอวัยวะเพศ
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
เช่น
- สบู่แรง ๆ
- เจลที่มีน้ำหอม
🩺คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ช่วยตัวเองทุกวันทำให้เป็นหนองในไหม?
ไม่ทำให้เกิดหนองใน หากไม่ได้รับเชื้อจากผู้ติดเชื้อหรือไม่ได้รับเชื้อจากภายนอก
ช่วยตัวเองแล้วแสบปลายอวัยวะเพศ เป็นหนองในไหม?
อาจเป็นเพียงการระคายเคืองจากการเสียดสี แต่หากมีหนองไหลร่วมกับความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ควรตรวจเพิ่มเติม
ช่วยตัวเองบ่อยทำให้มีหนองได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดหนอง หากมีหนองควรสงสัยการติดเชื้อ
ช่วยตัวเองจนท่อปัสสาวะอักเสบได้ไหม?
เกิดได้ในบางรายจากการระคายเคือง ถ้าไม่มีหนองจะมักไม่ใช่หนองใน
ไม่มีเพศสัมพันธ์ แต่แสบปลายอวัยวะเพศ เกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากการเสียดสี ผิวหนังอักเสบ เชื้อรา หรือการระคายเคืองจากสารเคมี
สรุป
คำถามที่ว่า “ทำไมการช่วยตัวเองบ่อยเกินไปทำให้เป็นหนองใน?” คำตอบอาจมาจากการช่วยตัวเองแล้วได้รับเชื้อหนองในมาจากภายนอก เช่น มือ สารคัดหลั่ง หรือการใช้ของเล่น ซึ่งส่วนใหญ่หากอาการไม่มีหนองมักจะมีอาการของท่อปัสสาวะอักเสบคล้ายหนองในได้ จึงอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย
อย่างไรก็ตาม การช่วยตัวเองบ่อยหรือรุนแรงเกินไปสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายหนองใน เช่น แสบปลายอวัยวะเพศ คันในท่อปัสสาวะ ระคายเคือง หรือปัสสาวะแสบ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าติดโรค
แต่หากมีหนองไหล ปัสสาวะแสบมาก กรณีนี้ควรกังวลและควรเข้ารับการตรวจเนื่องจากหนองเป็นภาวะบ่งชี้ของการติดเชื้อ หรือหากมีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับอาการไม่หายภายในไม่กี่วัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
หากมีความสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยตรงพร้อมสั่งยารักษา โดยแอดไลน์ @733khpqc หรือ Scan QR CODE โดยกดลิงค์ที่ข้อความนี้ได้เลยค่ะ

