Skip to content
Home » บทความ » Gemfibrozil (เจมไฟโบรซิล) ยาลดไขมันกลุ่ม Fibrate

Gemfibrozil (เจมไฟโบรซิล) ยาลดไขมันกลุ่ม Fibrate

โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก โดยหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคดังกล่าวคือ “ไขมันในเลือดผิดปกติ” โดยเฉพาะระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูง และระดับ HDL (ไขมันดี) ที่ต่ำ ซึ่งภาวะเหล่านี้ไม่ได้แสดงอาการชัดเจน จึงทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ในบรรดายาที่ใช้เพื่อลดไขมันในเลือด กลุ่ม Fibrate ถือเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงและ/หรือต้องการเพิ่มระดับ HDL หนึ่งในยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มนี้คือ Gemfibrozil ซึ่งถูกแนะนำในการรักษาภาวะ dyslipidemia ทั้งแบบเดี่ยวและร่วมกับยากลุ่มอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์

Gemfibrozil จัดอยู่ในกลุ่ม fibrate ที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเฉพาะเจาะจงต่อการเผาผลาญไขมันในระดับโมเลกุล และมีการศึกษาแสดงประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจ

เจมไฟโบรซิล เป็นยาลดไขมันในเลือดในกลุ่ม fibrate ที่ใช้ในการรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) และเพิ่มระดับ HDL (high-density lipoprotein) หรือไขมันดี ยานี้ไม่มีผลมากนักต่อระดับ LDL (low-density lipoprotein) ซึ่งเป็นไขมันเลว แต่สามารถใช้ร่วมกับยากลุ่ม statins ในบางกรณีได้

เจมไฟโบรซิล มักใช้ในรูปแบบเม็ด ขนาดมาตรฐานคือ 600 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น มีข้อได้เปรียบในเรื่องความสามารถในการลดระดับไขมันเฉพาะทางโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไขมันสูงร่วมด้วย


เจมไฟโบรซิล ออกฤทธิ์ผ่านการกระตุ้นตัวรับชนิดหนึ่งในเซลล์ตับที่เรียกว่า PPAR-α (Peroxisome proliferator-activated receptor alpha) ซึ่งจะส่งผลให้:

  1. เพิ่มการสลายกรดไขมัน (fatty acid oxidation)
  2. ลดการสร้างไตรกลีเซอไรด์
  3. เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน ApoA-I และ ApoA-II ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มระดับ HDL

นอกจากนี้ เจมไฟโบรซิล ยังช่วยลดการผลิต VLDL (very low-density lipoprotein) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ LDL ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันลดลง แม้จะไม่ได้ลด LDL โดยตรง แต่ก็มีผลดีต่อโครงสร้างไขมันโดยรวม


เจมไฟโบรซิล เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่:

โดยเฉพาะระดับ >500 mg/dL ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

ในบางราย การเพิ่มระดับ HDL เป็นเป้าหมายหลักของการรักษา

ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมด้วย

เช่น แพ้ยา หรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับ


ขนาดยาเวลาในการรับประทาน
600 มก.วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น

การรับประทานยาก่อนอาหารช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยา


การศึกษา Helsinki Heart Study เป็นการวิจัยขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่า เจมไฟโบรซิล สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันผิดปกติแบบไม่มี LDL สูงได้ถึง 34% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา

นอกจากนี้ยังพบว่า เจมไฟโบรซิลมีผลเพิ่มระดับ HDL ขึ้นประมาณ 10–20% และลดไตรกลีเซอไรด์ลงได้ถึง 30–50% ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการเริ่มใช้ยา


แม้ว่า เจมไฟโบรซิลจะเป็นยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง ได้แก่:

ผลข้างเคียงทั่วไป:

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง แน่นท้อง
  • ท้องเสีย

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่รุนแรง:

  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • ตับอักเสบ
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออักเสบ (โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ Statin)
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ

  1. ไม่ควรใช้ร่วมกับ Statin หลายชนิด โดยเฉพาะ Simvastatin เพราะเพิ่มความเสี่ยงของกล้ามเนื้ออักเสบหรือ rhabdomyolysis
  2. ควรตรวจการทำงานของตับและไต ก่อนและระหว่างการใช้ยา
  3. ผู้ป่วยโรคถุงน้ำดี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ เพราะเสี่ยงต่อนิ่ว
  4. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้

คุณสมบัติGemfibrozilFenofibrate
ลดไตรกลีเซอไรด์30–50%30–60%
เพิ่ม HDL10–20%10–20%
ใช้ร่วมกับ Statin ได้เสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำกว่า
ความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าต่ำกว่า
การขับออกตับไต

ดังนั้นการเลือกใช้ยาจึงขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์


  • รับประทานยาตามเวลาอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อติดตามระดับไขมัน ตับ และกล้ามเนื้อ
  • ออกกำลังกายและควบคุมอาหารร่วมกับการใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ
  • หากมีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที

การใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้เต็มที่ ควรเสริมด้วยพฤติกรรมด้านอาหารและสุขภาพ:

  • ลดอาหารไขมันอิ่มตัว เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน
  • เพิ่มอาหารไขมันดี เช่น ปลาทะเล ถั่ว อะโวคาโด
  • ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว
  • เพิ่มใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด
  • งดสูบบุหรี่ และดื่มน้ำมากขึ้น

เป็นยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม fibrate ที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์และเพิ่ม HDL จึงเหมาะกับผู้ที่มีภาวะไขมันผิดปกติแบบเฉพาะเจาะจง เช่น hypertriglyceridemia โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูง

แม้จะมีข้อควรระวังในการใช้ร่วมกับ Statin และต้องตรวจสอบการทำงานของตับและไตเป็นระยะ แต่หากใช้อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ เจมไฟโบรซิล ก็ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมไขมันในเลือดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

การดูแลสุขภาพไม่ควรฝากไว้กับยาเพียงอย่างเดียว การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญในการมีชีวิตที่แข็งแรงและปลอดภัย แอดไลน์เพื่อปรึกษาเภสัชกรเพิ่มเติม